ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
 รู้ไม้ทำไมน้องหมาชอบเลียปาก
  l3eamzero
โพสต์ Oct 8 2011, 10:36 AM
โพสต์ #1

Member
**

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 11
เป็นสมาชิกเมื่อ : 5-October 11
หมายเลขสมาชิก : 1,815




พฤติกรรมการเลียปาก เลียหน้า เป็นพฤติกรรมความเป็นลูกสุนัขอย่างหนึ่ง ที่เป็นภาษากายที่ยังคงติดตัวสุนัขไปตลอดแม้เขาจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม เช่นเดียวกับ การร้องหงิงๆๆ และ การเห่า

เมื่อแม่สุนัข สุนัขผู้ใหญ่ กลับมาที่รังหลังจากได้ออกไปล่าสัตว์หาอาหาร ลูกสุนัขจะเข้ามาเลียปากแม่สุนัข หรือ สุนัขผู้ใหญ่ตัวอื่นๆ เพื่อต้องการให้แม่สุนัขสำรอกอาหารออกมา เพื่อตนเองจะได้กิน
ลูกสุนัขมักจะส่งเสียงหงิงๆๆๆๆ หรือ เห่า เพื่อเรียกร้องความสนใจจากแม่สุนัข หรือ เป็นการบอกแม่สุนัขว่าตนเองเกิดความเจ็บปวด ไม่สบายตัว ต้องการความช่วยเหลือ เป็นต้น

สุนัขป่าในธรรมชาติ เมื่อโตเต็มวัยแล้ว น้อยมากที่จะเห่า หรือ ร้องหงิงๆ เพราะการเห่าเสียงดัง จะทำให้เหยื่อหนีไป หรือ ตนเองตกเป็นเหยื่อเสียเองเพราะเสียงเห่าทำให้ผู้ล่าตัวอื่นรู้แหล่งที่ซ่อนของตน หรือ การร้องหงิงๆ เป็นการแสดงออกถึงความเจ็บปวด ความอ่อนแอ ซึ่งจะทำให้ตนเองตกอยู่ในสถานะเหยื่อ และ จะโดนตัวอื่นในฝูงเข้ามาทำร้าย หรือ กลายเป็นเหยื่อให้สัตว์นักล่าชนิดอื่นๆ เพราะฉะนั้น สุนัขป่าตัวเต็มวัย จะไม่เห่า(ถ้าเห่าก็จะน้อยมากๆๆๆ) ไม่ครางหงิงๆ แต่จะหอนแทน และ สุนัขมักจะอดทน ไม่แสดงออกว่าตนเองเจ็บปวด เพราะถ้าแสดงออกว่าตนเองอ่อนแอ เจ็บปวด ร้องครวนคราง จะทำให้ตนเองตกเป็นเหยื่อให้สัตว์ตัวอื่นล่า นั่นเอง เราถึงพบว่า สุนัขมักจะทนความเจ็บปวดได้สูง แม้จะเจ็บขา ก็ไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวดให้เห็นได้ง่ายๆ

เมื่อคนต้องการนำสุนัขป่ามาใช้งาน ก็จะคัดเลือกตัวที่เชื่องๆ ดุร้ายน้อยๆ ฟันเล็ก ปากเล็กกว่าปกติมาเพาะพันธุ์ต่อ ซึ่งสุนัขตัวที่เชื่องกว่าปกตินั้น จะมาพร้อมกับการมีพฤติกรรมความเป็นลูกสุนัขสูงกว่า พบว่า สุนัขที่เชื่องกว่าปกติ จะยอมให้คนเข้าใกล้ได้มากขึ้น และ จะเห่าเก่ง มีการครางหงิงๆมากกว่าปกติเพื่อเรียกร้องความสนใจ และคนก็จะนำสุนัขที่เชื่องเหล่านี้ไปสืบพันธุ์ต่อๆไป ทำให้สุนัขรุ่นหลังๆถัดมา มีความเชื่องมากขึ้น ควบคุมได้ และ มีพฤติกรรมความเป็นลูกสุนัขสูง

ผลที่ได้คือ สุนัขเลี้ยงจึงเห่ามากกว่าสุนัขป่า มีการครางหงิงๆเมื่อเรียกร้องความสนใจหรือยามเจ็บปวด มีปากเล็กลง มีเขี้ยวเล็กลง และ มีการปนกัน ตัดกัน ของสีขนมากขึ้น มีแต้ม ไม่ได้เป็นสีเดียวทั้งตัว การที่สุนัขเห่ามากกว่าปกติ ทำให้คนใช้ประโยชน์จากการเห่าของสุนัขไปใช้เฝ้าบ้าน ใช้เฝ้าฝูงสัตว์ สุนัขจะได้คอยเห่าเตือนเมื่อมีสัตว์นักล่าผ่านเข้ามาหรือมีผู้บุกรุก และการที่ขนของสุนัขมีสีปนกัน เช่น ขาว น้ำตาม มีแต้ม ก็ทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกดูน่ารักน่าเอ็นดูมากขึ้น ไม่ดูดุร้าย

สุนัขเลี้ยงในปัจจุบัน จึงมีพฤติกรรมความเป็นลูกสุนัขติดตัวมา ทั้งการเห่า การครางหงิงๆ แม้เขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็ยังมีความน่ารักน่าชัง ขี้เล่น เหมือนเขาเป็นลูกสุนัขอยู่ตลอดเวลา ทำให้เรามีความสุข อารมณ์ดี เมื่อเห็นเขา หรือเมื่อเขาอยู่ข้างๆ นั่นเองจึงทำให้สุนัขเป็นเพื่อนแท้ของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและตลอดไป


เมื่อสุนัขเลียหน้า เลียปากเรา ถือว่าเป็นปฎิกริยาตอบสนองอัตโนมัติอย่างหนึ่ง เจอปากใครปุ๊ปเลียกลับทันที และ มองอีกมุมหนึ่ง ณ เวลานั้นๆ ขณะนั้นๆ เขายอมให้เราอยู่เหนือกว่า เขาเลียปากเพื่อแสดงให้รู้ว่า เขายอมเรานะ เขาไม่สู้ เขาเป็นแค่ลูกหมาตัวน้อยๆตัวหนึ่งเท่านั้นไม่เป็นพิษไม่เป็นภัยกับใคร อย่าได้ทำอะไรเขาเลย (แต่ไม่ใช่ว่า เขาจะยอมให้เราอยู่เหนือเขาในทุกๆเรื่องไป)

ถ้าเราพบว่า สุนัขของเราเลียมากเกินไปจนเป็นพฤติกรรมที่น่ารำคาญ เช่น เลียแขนเราไม่ยอมหยุด เลียมือเราไม่ยอมหยุดเหมือนคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ หยุดไม่ได้ นั้นถือว่าเป็นปัญหาพฤติกรรมที่ต้องแก้ไข เขาตกอยู่ในภาวะลุ่มหลง (obsession)แบบหนึ่ง เช่นเดียวกับ ภาวะสุนัขหวงอาหาร หวงของเล่น หรือ บ้าบอล คาบบอลมาให้เราปาไม่จบไม่สิ้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่้ต้องแก้ไข ถ้าเขาทำพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่มากเกินความพอดี ควบคุมตัวเองไม่ได้ และ ไม่มีอะไรจะเบี่ยงเบนความสนใจไปจากสิ่งที่เขากำลังลุ่มหลงได้ แปลว่าเขากำลังตกอยู่ในภาวะ obsession ถ้ามีใครหรือสุนัขมาหยุดยั้งหรือห้ามเขาให้ห่างจากสิ่งที่เขากำลังลุ่มหลง จะทำให้เขาสู้กลับ และ ตอบโต้ด้วยความก้าวร้าว

แม้การเลียไม่หยุดจะไม่ค่อยจบลงด้วยความก้าวร้าวเพราะเนื่องจากเขาเลีย เพราะเขาอยู่ในภาวะที่ด้อยกว่า นอบน้อมกว่า จึงไม่ค่อยตอบโต้กลับด้วยความก้าวร้าวเหมือนภาวะหลุ่มหลงอื่นๆ แต่ถ้าเป็นการหวงอาหาร ลุ่มหลงบอล ลุ่มหลงของเล่น ซึ่งเขากำลังอยู่ในภาวะการวางอำนาจเหนือ ภาวะเครียด ถ้ามีใครมาห้าม จะทำให้เขาตอบโต้กลับด้วยความก้าวร้าว และ กัดได้

เมื่อสุนัขอยู่ีในภาวะลุ่มหลง เราต้องเรียกสติเขากลับมาให้ได้ ให้เขาละสายตาจากสิ่งที่เขากำลังจ้อง ใ้ห้เขาหยุดจ้องสิ่งๆนั้น หยุดทำพฤติกรรมนั้นๆให้ได้ และส่งเขากลับไปสู่ภาวะที่สงบ ผ่อนคลาย สายตาผ่อนคลายไม่จ้อง

การเรียกสติเมื่อสุนัขอยู่ในภาวะลุ่มหลง ต้องใช้การสัมผัสตัวเพื่อให้เขาสะดุ้ง แต่ไม่เจ็บ และ หลุดจากภาวะลุ่มหลง อาจใช้การฉก หรือ การกระตุกสายจูง แต่คนส่วนใหญ่มักจะตะโกนโวยวาย ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว สั่งให้นั่งจนปากฉีกถึงรูหู หมาก็ไม่ฟัง ไม่ทำตาม ไม่สนใจ เหมือนกับเราเป็นฝุ่นที่ลอยในอากาศ เพราะเมื่อสุนัขอยู่ในภาวะลุ่มหลง เขาจะหูบอด และ ทนความเจ็บได้สูงเป็นพิเศษ นั้นเอง แม้เราจะสั่งให้นั่งจนเสียงแหบ หมาก็ไม่ได้ยิน แถมเสียงของเราจะทำให้หมาตื่นเต้นมากขึ้น ก้าวร้าวมากขึ้นได้ เพราะฉะนั้น เงียบไว้ดีที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาพูด
บางคนตอบโต้กลับด้วยความก้าวร้าวใส่สุนัข ตี เตะ ซึ่งเป็นการแก้ที่ผิดอย่างมาก เพราะสุนัขเมื่อกำลังลุ่มหลงเขาจะทนเจ็บได้ดี และการทำให้เขาเจ็บ จะทำให้เขาสู้กลับ เราก้าวร้าวมาเขาก้าวร้าวกลับ และเราจะโดนกัด

สิ่งที่ทำได้คือ การทำให้เขาสะดุ้ง แต่ไม่เจ็บ เพื่อเป็นการเรียกสติ ให้เขาหลุดออกจากภาวะลุ่มหลง นั้นเอง การฉก หรือ การกระตุกสายจูง ถือเป็นอาวุธที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาสุนัขทุกประเภท เพราะไม่ใช่เป็นการทำร้ายร่างกาย ไม่ทำให้สุนัขเจ็บ แต่เป็นการเีรียกสติ ให้สุนัขสะดุ้ง และให้สุนัขหันมาสนใจเราแทน

เราควรตั้งกฎว่า สุนัขเลียได้กี่ที ถ้าสุนัขเลียนานเกินกว่าที่เรากำหนด เราต้องห้ามทันที เราอาจฉกไปที่สีข้างให้เขาสะดุ้งและหยุดพฤติกรรมการเลียทันที และให้เขาหันมาสนใจเราแทน ถ้าเขากำลังจะเลีย เราก็รีบส่งเสียงเตือน หรือ ฉกเตือนอีก เพื่อเป็นการย้ำเตือนสุนัขว่า เราไม่เห็นด้วยที่เขากำลังจะเลีย และต้องเตือนจนกว่าพฤติกรรมนั้นๆจะหายไป




ถ้าเลียไปงับไปแบบเล่น เขากำลังเล่นงับแบบที่สุนัขเขาเล่นกัน แต่เราก็ไม่ควรสนับสนุนการเล่นแบบใช้ฟัน ถ้าเราไม่ห้ามและยอมให้เขาเล่นใช้ฟัน เขาจะเรียนรู้ว่า การใช้ฟันกับเราไม่ผิด เพราะฉะนั้นเขาจะกัดเราได้เมื่อเขาถูกขัดใจเมื่อมีโอกาส ดังนั้นต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม ต้องสอนให้สุนัขรู้ว่า การใช้ฟันกับมนุษย์เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องถูกตักเตือนทันทีไม่มีข้อแม้ใดๆ
เมื่อไหร่ฟันโดนผิวเราไม่ว่าจริงหรือเล่น ต้องตักเตือนทันที ใช้วิธีการฉกได้ผลดีสุด ฟันโดนปุ๊ป เราก็ฉกสวนเลย แต่ถ้าเขาเลียเฉยๆก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีฟันร่วมด้วยก็ต้องถูกตักเตือนไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม

แต่ถ้าเลียด้วย แล้วงับจริงแบบเสี้ยววินาที มักได้เลือด แปลว่า เขาอยู่ในภาวะวางอำนาจเหนือเราอยู่
แม้ภาษากายบางอย่างจะดูเหมือนยอมจำนน เช่น ยอมให้อุ้ม ยอมหงายท้องให้ลูบพุง ยอมเลียปากเรา แต่ภาวะจิตใจเขาอยู่ในภาวะวางอำนาจะเหนือเราตลอดเวลา แบบว่า กายอีกอย่างใจอีกอย่าง ยอมหงายพุง ยอมเลียก็เพราะจริงๆแล้วอยากให้เราปรนเปรอเขาในสิ่งที่เขาต้องการ ถือว่าเป็นการสั่งเราให้ทำตามใจเขา เขาสั่งเราำได้ แล้วเราทำตามที่เขาสั่งแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว ไม่เท่าทันมารยาของน้องหมา แปลว่าเรายอมให้เขาเป็นจ่าฝูงเหนือเรา ถ้าเป็นเช่นนั้น แม้เขาจะแสดงว่ายอมจำนนต่อเรา แต่เมื่อไหร่เราล้ำเส้น หรือ เขาต้องการจะเลิกเล่นกับเรา แต่เรายังตามตื้ออยู่ เขาก็จะงับเราตักเตือนได้ในเสี้ยววินาที ในแบบวินาทีที่่จ่าฝูงตักเตือนลูกฝูง แล้วเราอาจได้เลือดและรูที่ปากตอบแทน

สุนัขบางตัวตื่นเต้นง่าย ถ้าระหว่างการเล่นกับเรา เรากระตุ้นให้เขาตื่นเต้นมากเกินไปจนเกินควบคุม เขาจะเข้าสู่ภาวะวางอำนาจเหนือ หรือ ภาวะก้าวร้าวได้ง่าย เช่น เล่นกับเราแบบตื่นเต้น แล้วเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็ทำให้เขาเล่นแบบก้าวร้าวและนำมาสู่การกัดได้

หรือ สุนัขที่เห็นสุนัขตัวอื่นแล้วเห่ากรรโชก ตื่นเต้นวิ่งไปวิ่งมา อยู่ไม่สุก ลุกลี้ลุกลน หูบอดไม่ได้ยินอะไรที่เราพูด เราจับตัวเขาก็ไม่รู้สึก ภาวะอารมณ์เหล่านี้จะตามมาด้วยความก้าวร้าว อยากกัด อยากฆ่าสุนัขตัวนั้น แต่ถ้าเราเข้าไปหาเขาผิดจังหวะ หรือโวยวายใส่ กรีดร้อง ตะคอก ยิ่งเป็นการเพิ่มความตื่นเต้นให้เขาเข้าไปอีก เขาจะระบายอารมณ์เหล่านั้นสะท้อนหาเราได้ในทันที เช่น ถ้าเขาอยากจะเข้าไปกัดกับสุนัขอีกตัว แต่ไปกัดไม่ได้ เพราะฉะนั้นเขาจะปลดปล่อยอารมณ์เหล่านั้นกับใครก็ตามแต่ที่อยู่ใกล้ๆตัวเขาแทน ไม่ว่าจะเป็นหมาที่อยู่ใกล้ๆ หรือ เจ้าของที่อยู่ผิดที่ผิดเวลา นั่นเองทำให้เราถูกกัด หรือ หมาตัวอื่นถูกกัดแทน

แทนที่เราจะพูดโวยวาย เพราะพูดไปน้องหมาก็ไม่ได้ยิน หรือ ไปตี ไปดึง ไปโอบอุ้ม กอด เพราะเสี่ยงเกินไป เพราะเราอาจถูกกัด ให้แก้โดย ฉกไวๆเร็วๆแทน หรือ กระตุกสายจูงตักเตือน จุดประสงค์เพื่อให้สุนัขสะดุ้ง เมื่อสุนัขสะดุ้งก็จะทำให้เขาหลุดจากภาวะอารมณ์อยากกัดได้ เมื่อสุนัขกับมามีสติเหมือนเดิม และหันมามองเราเมื่อนั้นเราก็ออกคำสั่งให้เขานั่ง หรือ หมอบ ก็ตามแต่ ซึ่งเมื่อสุนัขลดดีกรีความรุนแรงของอารมณ์ลง ก็มีแนวโน้มที่จะได้ยินในสิ่งที่เราสั่งหรือตักเตือน และ เราจะไม่โดนลูกหลงจากการกัดสวน

เพราะฉะนั้นไม่ควรสนับสนุนให้สุนัขอยู่ในภาวะอารมณ์ตื่นเ้ต้นมากเกินไป เพราะความตื่นเต้นจะนำมาสู่การก้าวร้าวได้ เมื่อไหร่ตื่นเต้นต้องถูกตักเตือนทันที เพื่อให้เขากลับมาอยู่ในอารมณ์สงบดังเดิม แม้บางครั้ง บางสถานการณ์จะหลงเหลือความตื่นเต้นบ้าง ก็ยังเป็นดีกรีความตื่นเต้นที่เรายังควบคุมได้และยังได้ยินสิ่งที่เราสั่ง ยังทำตามสั่งเราได้



แต่ถ้าสุนัขตัวไหนไม่ยอมเลียเจ้าของเลย ไม่่ว่าจะเลียส่วนไหนของเราก็ตาม หยิ่ง เชิดหน้าหนีตลอด ไม่ว่าตอนไหนก็เชิดใส่ นั้นเองจงรู้ไว้ว่า เขาไม่เห็นคุณอยู่เหนือกว่าเขา คุณเป็นลูกน้องเขา เขาเป็นจ่าฝูงของคุณ เมื่อเขาอยู่เหนือคุณ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเลียคุณซึ่งเป็นลูกน้องเขาให้เสียท่าที

ข้อมูลดีๆจาก

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?i ... 7&gblog=55
รบกวนช่วยแก้หน่อยนะครับ วรรคยุกมันพันกับข้างบน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
  โมจิ & ดังโห...
โพสต์ Oct 8 2011, 11:11 AM
โพสต์ #2

Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 574
เป็นสมาชิกเมื่อ : 5-December 10
จาก : ngam wong wan
หมายเลขสมาชิก : 4



ขอบคุณก๊าบบบ

ไว้พี่จะเอาไปแปะในเพจเฟซบุคด้วยนะ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
  KIKI
โพสต์ Oct 11 2011, 09:45 PM
โพสต์ #3

Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8



ขอบคุณคร๊าบบบ สำหรับข้อมูลดีๆ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
  dumptop
โพสต์ Oct 13 2012, 10:06 AM
โพสต์ #4

Advanced Member
***

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 118
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-May 12
หมายเลขสมาชิก : 2,932



ขอบคุณมากคะ



gclub sbobet M3Bet livescore holiday palace gclub คาสิโนออนไลน์ คาสิโนออนไลน์คาสิโนออนไลน์ sbobet gclub
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 

eXTReMe Tracker
ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 20th June 2019 - 06:30 PM
Beagle Gang - License by Beagle Gang
counter on tumblr