ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

12 หน้า V   1 2 3 > » 

  staff
โพสต์เมื่อ : Aug 20 2013, 01:16 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


ยินดีต้อนรับคร่าาาาา น้องแอร์บัส ... รุ่นไหนคะ 333 / 33H / 380 อิอิ
  ฟอรั่ม : เรื่องเล่าจากเหล่าสี่ขา · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #20675 · ตอบ : 2 · ชม : 10,287

  staff
โพสต์เมื่อ : Aug 20 2013, 01:00 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


พี่แนะนำให้ลองเปลี่ยนหมอค่ะ

แต่...ยังไม่ได้ทำวัคซีนอะไรเลยสักเข็มเลยหรอคะ

ทางฟาร์มขายให้ได้ไงอ่ะคะ

แนะนำให้รีบพาไปหาหมอด่วนเลยค่ะ!!!!
  ฟอรั่ม : ถามตอบ ปัญหาสุขภาพ · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #20672 · ตอบ : 2 · ชม : 8,719

  staff
โพสต์เมื่อ : Jul 1 2013, 06:26 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1...3357&type=3


ลองเข้าไปดูนะคะ
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #20634 · ตอบ : 2 · ชม : 31,367

  staff
โพสต์เมื่อ : Jul 1 2013, 05:58 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


QUOTE(oaoaka @ Jun 30 2013, 04:47 PM) *
พอดีเจอเฟซขายบีเกิ้ลของ monodog kennel คอกใหม่น้องเค้าเปิดจองอยู่ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาตัวไหนดี ดูไม่เป็นอ่าค่ะ อยากให้เพื่อนๆ ช่วยเลือกให้หน่อยค่ะ เป็นสุนัขตัวแรกที่จะเลี้ยงเลยอยากได้ที่ดีๆไปเลย สนใจแต่ตัวผู้นะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ



เอ่อ ... แอดมิน ว่า ลองดูฟาร์มอื่นก่อนดีมั้ยคะ หรือ ลองเข้าไปดูในเพจ ค่ะ หรือ จะโทรมาหาพี่ก็ได้ค่ะ 0816405511

(เพราะหลายๆฟาร์ม ที่เค้าไม่ได้บรีดเอง แต่ไปรับหมามาขายอีกทีนุึงค่ะ)
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #20633 · ตอบ : 2 · ชม : 31,367

  staff
โพสต์เมื่อ : Jun 5 2013, 01:33 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


สำหรับ ปี 2013 ยังมีเสื้อคนเหลืออยู่นะคะ



สั่งซื้อได้ที่เพจ Beaglegang ใน Facebook ค่ะ

Visit My Website

(IMG:http://sphotos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/17128_10151330360518358_107115854_n.jpg)





  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #12218 · ตอบ : 40 · ชม : 88,352

  staff
โพสต์เมื่อ : Apr 12 2013, 09:04 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


โรคลมชัก

การชักในแต่ละวงรอบจะประกอบด้วยอาการที่แสดงก่อนการชัก(Preictus)สัตว์มักจะแสดงพฤติ
กรรมที่ผิดปกติ เช่น กระวนกระวาย ร้องโหยหวน เห่ามากกว่าปกติ ปัสสาวะเรี่ยราด น้ำลายไหล หลบในที่มืดซึ่งมักพบมากในแมวโดยจะใช้เวลาเป็นวินาทีหรือนาทีถึงชั่วโมงก่อนที่เข้าส
ู่การชัก(Ictus)ไม่มีสติ ไม่สามารถควบคุมการทรงตัวหรือกล้ามเนื้อได้ เหยียดเกร็ง ขากระตุก ถีบเท้าเหมือนถีบจักรยาน เคี้ยวปาก ซึ่งการชักจะกินเวลาเป็นวินาทีจนถึงเป็นนาทีซึ่งไม่ควรที่จะปล่อยให้ชักเป็นเวลานานเ
พราะจะทำให้เซลล์สมองถูกทำลายมากขึ้น ต่อมาเมื่อระยะเวลาของการชักสิ้นสุดลงก็เข้าสู่ระยะหลังชัก (Postictus) เป็นช่วงที่สมองล้าจากการชักสัตว์มักจะแสดงอาการเดินเซเดินวน ตาบอดชั่วขณะ นอนหลับเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน กินเก่ง เป็นต้น ช่วงเวลาที่เหมาะในการตรวจระบบประสาทจะเป็นช่วงเวลาในการพักก่อนที่จะเข้าสู่การชักใ
นวงรอบต่อไป(Interictus)

สาเหตุของการชัก

แบ่งเป็น 3 สาเหตุหลักใหญ่ ได้แก่

การชักโดยไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic epilepsy/Primary seizure) การชักที่เกิดจากรอยโรคในสมอง(Secondary seizure/Intracranial disorders) และการชักที่ไม่ได้เกิดจากรอยโรคในสมอง(Reactive seizure/Extracranial disorders)
การชักโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในสุนัขแต่พบได้น้อยในแมวมักจะสรุปว่าเกิดจากพันธุกรรมหรือสา
ยพันธุ์ซึ่งมักจะเกิดได้บ่อยในพันธุ์แท้ เช่น เยอรมันเชฟเฟิร์ด โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ลาบาดอร์รีทรีฟเวอร์ บีเกิ้ล ดัชชุน พุดเดิ้ล ชิห์สุ เป็นต้น พบมากในช่วงอายุ 6 เดือนถึง 6 ปี พันธุ์ใหญ่มักจะมีอาการชักที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าพันธุ์เล็กโดยชักเกร็งทั้งตัว ไม่รู้สึกตัว ส่วนพันธุ์เล็กมักจะรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ มีอาการเบลอ สั่น เกร็ง การชักแบบนี้การตรวจระบบประสาทในช่วงการพักของการชักจะไม่พบความผิดปกติใดๆ

การชักที่เกิดจากรอยโรคในสมอง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โครงสร้างที่ผิดรูป : โรคหัวบาตร (hydrocephalus), สมองไม่พัฒนามักพบในลูกสุนัข ความบาดเจ็บหรือกระทบกระเทือน เนื้องอกโดยเฉพาะในแมวมักพบเนื้องอกที่เยื่อหุ้มสมอง(menigioma) การอักเสบและการติดเชื้อ ได้แก่ ไวรัส เช่น ไข้หัดสุนัข พิษสุนัขบ้า ช่องอกและช่องท้องอักเสบในแมว เอดส์แมว, แบคทีเรีย(พบน้อย เจอในกรณีที่ภูมิคุ้มกันต่ำ)สร้างเป็นฝีกดเบียดเนื้อสมอง, เชื้อราพบในกรณีที่มีเชื้อราในโพรงจมูก เช่น Cryptococcosisในแมว Aspergillosis, โปรโตซัว, ริกเก็ตเซีย เช่น พยาธิเม็ดเลือด เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบที่เกิดจากการภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น โรคgranulomatous menigioencephalitis, necrotizing menigioencephalitis ในพันธุ์ปั๊ก ยอร์กเชียร์เทอร์เรีย และสารพิษ การชักแบบนี้พบได้ทุกช่วงอายุและพบความผิดปกติทางระบบประสาทในช่วงการพักของการชัก เช่น เดินวน หัวเอียง ทรงตัวไม่ได้ การชักบางส่วน เช่น เคี้ยวปาก ทำท่าไล่งับแมลง

การชักที่ไม่ได้เกิดจากรอยโรคในสมอง เกิดจากความผิดปกติในระบบอื่น ๆที่ไม่ใช่ระบบประสาท เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น น้ำตาลในกระแสเลือดต่ำกว่าระดับปกติ ได้แก่ ในลูกสุนัขเกิดจากการอดอาหารเป็นเวลานานส่วนในสุนัขแก่มักจะพบเนื้องอกของเซลล์ที่มี
หน้าที่ผลิตอินซูลินในตับอ่อน(Insulinoma)
โรคตับที่ทำให้ตับวายไม่สามารถทำหน้าที่เปลี่ยนของเสียแอมมโมเนียเป็นยูเรียได้(Hepa
tic encephalopathy) แอมโมเนียจะย้อนเข้าสู่กระแสเลือดผ่านเข้าสู่สมองทำให้ชัก หรือการเจริญของเส้นเลือดที่ผิดปกติไม่ผ่านตับ(Congenital portosystemic shunts)ทำให้ของเสียในกระแสเลือดสูงมักพบในลูกสุนัข

โรคไตเรื้อรังมีความดันโลหิตสูงทำให้สมองขาดเลือด มีภาวะปัสสาวะในกระแสเลือด(Uremia) ทำให้เลือดมีความเป็นกรด แร่ธาตุในร่างกายที่ผิดปกติ เช่น แคลเซียมในเลือดต่ำ โปแตสเซียมในเลือดสูง นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ เช่น สารพิษได้แก่ สารตะกั่ว ออแกโนฟอสเฟต สารให้ความหวานไซลิทอล คาเฟอีน ชอคโกแลต เอธิลลีนไกลคอล เป็นต้น สมองขาดออกซิเจนมักมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจและหลอดเลือด อุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติ เช่น เป็นไข้ heat stroke การชักแบบนี้จะมีอาการของสาเหตุที่ทำให้เกิดการชักในช่วงการพักของการชัก

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยหาสาเหตุของการชักต้องอาศัยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
1. อายุ เพศ พันธุ์ ตัวอย่างเช่น ลูกสุนัขมักเกิดจากโครงสร้างที่ผิดปกติ การติดเชื้อ เช่น ไข้หัดสุนัข หรือน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ ส่วนสุนัขแก่มักเป็นพวกเนื้องอก สุนัขเพศเมียเป็นมะเร็งเต้านมและมีการแพร่กระจายไปที่สมอง
2. การซักประวัติ ทำให้ทราบรูปแบบการชัก สิ่งกระตุ้นที่ทำให้ชัก เช่น อาหาร สิ่งแวดล้อม สารพิษ ยา โรคประจำตัว โรคบางอย่างที่มีผลมาจากพันธุกรรม
3.การตรวจร่างกายทั่วไปเพื่อตรวจการทำงานของระบบอื่นๆและการตรวจระบบประสาท
4.การตรวจทางห้องปฏิบัติการ : การตรวจเม็ดเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อ การอักเสบ ค่าเอนไซม์ตับและไต น้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด ค่าอิเล็กโตรไลท์ การตรวจวิเคราะห์น้ำในสมองแลไขสันหลัง
5.การถ่ายภาพรังสีที่เห็นโครงสร้างของสมอง ได้แก่ CT scan และ MRI

การรักษา

สิ่งที่สำคัญในการรักษาคือต้องหาสาเหตุที่แท้จริงของการชักว่าเกิดจากความผิดปกติที่
ระบบประสาทหรือฟความผิดปกติในระบบอื่นๆของร่างกาย ยาที่สำคัญที่มักใช้ระงับอาการชักคือฟีโนบาร์บิทอล(Phenobarbital) ซึ่งอาจมีการใช้ร่วมกับโปแตสเซียมโบรไมด์ในกรณีที่การใช้คือฟีโนบาร์บิทอลเพียงอย่าง
เดียวไม่สามารถคุมอาการชักได้ แต่จะต้องมีการตรวจเลือดหลังจากที่กินคือฟีโนบาร์บิทอลไป 2 อาทิตย์เพื่อดูว่าระดับยาในกระแสเลือดอยู่ในระดับที่สามารถคุมการชักได้หรือไม่ นอกจากนียังมีไดอะซีแพม (Diazepam) ซึ่งมักใช้ในกรณีฉุกเฉินมักให้เข้าเส้นเลือดจะให้ผลได้ดีกว่าการกิน แต่บางครั้งเจ้าของจะได้รับการจ่ายยาชนิดนี้กลับไปที่บ้านเพื่อไว้ใช้สวนก้นกรณีที่ส
ุนัขและแมวมีอาการชักที่บ้าน
สิ่งที่อยากจะบอกกับเจ้าของในการดูแลปฏิบัติสุนัขและแมวที่เป็นโรคลมชัก คืออย่าปล่อยให้สุนัขและแมวชักเป็นเวลานานเนื่องจากว่าเซลล์สมองจะถูกทำลายมากขึ้น จะทำให้ครั้งต่อไปสุนัขและแมวจะมีอาการชักบ่อยขึ้นหรือถ้าชักนานกว่า 20 นาทีก็มีโอกาสทำให้สมองตายได้ ควรรีบนำสัตว์มาโรงพยาบาลทันทีที่มีอาการชักหรือถ้าสวนก้นด้วยไดอะซีแพม 2 ครั้งแล้วยังไม่หยุดชัก ให้เจ้าของคอยสังเกตอาการก่อนชัก ระหว่างชักและหลังชัก แล้วจดบันทึกความถี่ของการชักในแต่ละวันรวมถึงระยะเวลาห่างของการชักในแต่ละวงรอบ ที่เรียกว่าปฏิทินการชักเพื่อที่จะได้รับมือสำหรับการชัก และในระหว่างชักสิ่งสำคัญที่ต้องระวังคืออย่าให้หัวสัตว์กระแทกกับพื้นให้หาเบาะหรือ
ผ้านิ่มปูรองและพยายามเรียกเพื่อให้สุนัขและแมวรู้สึกตัว

  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #9658 · ตอบ : 0 · ชม : 7,055

  staff
โพสต์เมื่อ : Apr 2 2013, 03:13 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


พยาธิเม็ดเลือด

โรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขเกิดจากเชื้อโปรโตซัว และแบคทีเรียแล้วแต่ชนิดของเชื้อ ซึ่งมีความรุนแรงแตกต่างกัน แต่ที่มีลักษณะคล้ายๆกัน ส่วนใหญ่ติดโรคโดยเห็บหมัด

อาการของโรค

โลหิตจาง เหงือกซีด ใบหูซีด เยื่อเมือกในตาซีด

มีไข้ ซึม เบื่ออาหารหรือไม่กินอาหาร ลูกสุนัขอายุน้อยที่ไม่มีภูมิคุ้มกันจะมีอัตราการตายสูงมาก

เกร็ดเลือดจะต่ำ ค่าตับค่าไตขึ้นสูง จนอาจเกิดอาการดีซ่าน ตัวเหลืองตาเหลือง เนื่องจากสภาพเม็ดเลือดถูกทำลายอย่างมาก ตับได้รับความเสียหาย

จากการที่เลือดไปเลี้ยงตับไม่พอทำให้เซลตับตายจากการขาดเลือด อาจมีภาวะไตวายแทรกซ้อนได้เช่นกัน หากเลือดไปเลี้ยงไปไม่พอ

การป้องกัน

ป้องกันโดยการกำจัดเห็บหมัด อาบน้ำ หยดยาที่หลังด้วยตัวยาที่น่าเชื่อถือ การฉีดไอเวอเมคตินทุกเดือน และหมั่นตรวจสอบตามรอยแตกในบ้าน

หรือกำแพง เพราะเห็บหมัดในระยะแรกๆจะเป็นตัวเลือดเล็กๆซึ่งบางทีก็สังเกตุไม่เห็น

การกำจัดเห็บหมัดนอกตัวสัตว์ โดยการนำน้ำยาฆ่าเห็บราดลงบนพื้นดินที่เป็นที่อยู่ของเห็บหมัด เก็บเห็บออกจากตัวสัตว์ใส่ลงในภาชนะที่ใส่น้ำมัน

หรือน้ำยา ห้้ามบีบเด็ดขาดเพราะถ้าเป็นเห็บตัวเมียไข่จะกระจายออกมาแพร่ได้ ตามซอกหลืบประตู รอยแตกในบ้านให้ใช้น้ำยาฆ่าเห็บผสมน้ำแล้วใส่ฟ๊

อกกี้ฉีดตามซอก ร่องประตูเป็นประจำจนกว่าจะไม่เห็นเห็บเดินอยู่ในบ้าน






  ฟอรั่ม : ถามตอบ ปัญหาสุขภาพ · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #8851 · ตอบ : 0 · ชม : 8,997

  staff
โพสต์เมื่อ : Apr 2 2013, 01:53 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


ไข้หัดสุนัข Canine Distemper

พบมากในลูกสุนัขช่วงอายุระหว่าง 3-6 เดือน

โดยอาการของมันก็แสดงออกมาทางอาการประสาท ตัวกระตุก หรือชักส่วนใหญ่จะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน สุนัขจะมีน้ำมูกสีเขียวข้นไหลย้อย มีไข้ เบื่ออาหาร มีขี้ตาสีเขียวๆเกอะกรัง บางตัวท้องเสีย และเมื่ออาการทวีความรุนแรงขึ้นจะพบว่ามีอาการทางประสาท คือปากสั่น กระตุก และลามไปที่บริเวณหัว ใบหน้า ขาหลัง ทำให้เป็นอัมพาตได้ ไม่สามารถเดินปกติ ซึ่งเป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดของโรค และพบบริเวณฝ่าเท้า กระด้างขึ้น


อย่างไรก็ตามโรคนี้รักษาตามอาการเท่านั้น ไม่สามารถหายขาดหรือเป็นปกติได้

สาเหตุที่เกิดโรค

อันดับแรกคือเกิดจากความไม่รับผิดชอบของผู้เพาะพันธ์สุนัข ขายลูกสุนัขในขณะที่ยังเล็กและไม่ได้รับวัคซีน เลี้ยงสุนัขหลายสายพันธุ์ปะปนกัน พบมากในตลาดขายสัตว์เลี้ยงระดับล่าง ซึ่งไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่

เมื่อพบโรคนี้สิ่งที่เจ้าของควรทำ คือทำใจ ฟังดูน่ากลัวแต่เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ขึ้นอยู่กับร่างกายแล้วความอดทนของสุนัข ถ้ารอดเจ้าของต้องยอมรับผลที่จะตามมาคือสุนัขอาจมีอาการชักกระตุก หรือขาอ่อนแรงไปตลอดชีวิต


เมื่อสุนัขจากไป สิ่งที่เจ้าของควรทำคือ ของใช้ของสุนัขทั้งหมดต้องทิ้ง เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของบ้าน แม้แต่เสื้อผ้าที่เคยอุ้มเค้่าก็ต้องแช่น้ำยาและซักทั้งหมด ห้ามนำสุนัขใหม่เข้าบ้านเด็ดขาดจนกว่าจะเลย 3-6 เดือนไป เพราะโรคสามารถติดไปสู่สุนัขตัวใหม่ได้




เครดิต ..คุณนุ่น

  ฟอรั่ม : ถามตอบ ปัญหาสุขภาพ · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #8850 · ตอบ : 0 · ชม : 8,344

  staff
โพสต์เมื่อ : Apr 2 2013, 11:34 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


ทราบหรือไม่ว่าสุนัขเป็นโรคลมแดดได้ง่ายกว่าในคนเสียอีก ก็เป็นเพราะว่าเค้ามีชั้นผิวหนังที่ถูกปกคลุมด้วยขนที่หนาและไม่มีต่อมเหงื่ออีกต่าง

หาก พวกเค้าจะหอบหายใจเพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายซึ่งมีประสิทธิภาพน้อยกว่าการ

ระบายออกทางเหงื่อ ดังนั้นในสภาพากาศที่ดีในความคิดคุณ อาจจะร้อนเกินไปสำหรับสุนัขของคุณ

โรคลมแดดเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับความร้อนมากเกินที่จะสามารถระบายความร้อนออกไปได


เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้เซลล์แตก เกิดภาวะแห้งน้ำ และเลือดข้นขึ้น ไปมีผลต่อหัวใจ ก่อให้เกิดกระบวนการแข็งตัวของเลือด

และเป็นผลให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะตับ สมอง และลำไส้จะเป็นอวัยวะที่มีความไวต่อความเสียหายมากที่สุด โดยกลไกการทำงานของ

ร่างกายหลังจากที่ได้รับความร้อนจะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือ

ดไปเลี้ยงอวัยวะดังกล่าว ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น

ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโดยปกติอุณหภูมิของร่างกายสุนัขจะประมาณ 101-102.5 องศาฟาเรนไฮต์ ถ้าเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นถึง 106 องศา

ฟาเรนไฮต์ จะทำให้สมองเกิดความเสียหาย อวัยวะต่างๆล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นควรจะรีบลดอุณหภูมิเพื่อช่วยลดความเสียหายต่ออวัยวะ

ต่อต่างๆ และเพิ่มโอกาสรอดให้กับสุนัข

อาการที่พบ ได้แก่ การหอบหายใจเร็ว ลิ้นแดงสด น้ำลายหนืดเหนียว อ่อนแรง ตามองไม่เห็น อาเจียน (อาจมีเลือดปน) ถ่ายเหลว ช๊อค หมดสติ


การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ รีบนำสุนัขออกจากบริเวณที่ร้อนนั้นแล้วรีบนำส่งสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด ระหว่างนั้น

ให้รีบลดอุณหภูมิของร่างกายของสุนัข โดยใช้น้ำเย็นเช็ดตัวหรืออาบน้ำ และเป่าพัดลมเพื่อเพิ่มการถ่ายเทอากาศ ควรวัดอุณหภูมิทุกๆ 5 นาที เมื่อ

อุณหภูมิร่างกายลดลงเหลือ 103 องศาฟาเรนไฮต์ แล้วให้หยุดแล้วเป่าให้แห้งเพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียความร้อนต่อไปอีก ทั้งนี้ต้องระวังการใช้น้ำ

เย็นจัดเพราะอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำเกินไปซึ่งจะเ

ป็นอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้สามารถให้สุนัขกินน้ำเพื่อช่วยลดอุณหภูมิและลดภาวะแห้งน้ำได้ในกรณีที่สุนั

ขยังสามารถกินเองได้อยู่ แต่ไม่ให้บังคับป้อนน้ำเพราะอาจทำให้สุนัขสำลักน้ำได้


สัตวแพทย์จะทำการรักษา โดยช่วยลดอุณหภูมิของสุนัขให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย (กรณีที่อุณหภูมิยังสูงอยู่) และคอยวัดอุณหภูมิของสุนัขอย่างต่อ

เนื่อง การให้สารน้ำเพื่อแก้ไขภาวะแห้งน้ำและออกซิเจนอย่างเพียงพอ การให้ยาในบางกรณี อีกทั้งการติดตามและเฝ้าระวังการเกิดภาวะช๊อค การ

หายใจลำบาก ไตวาย หัวใจทำงานผิดปกติ รวมถึงความผิดปกติของกระบวนการแข็งตัวของเลือดและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่ตามมา

การป้องกัน


- สุนัขที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เป็นโรคหัวใจ อ้วน อายุมาก หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ ควรให้อยู่ในที่เย็นสบายและอยู่ในร่ม/บ้าน เพราะกิจกรรมปกติของสุนัขก็มีโอกาสเสี่ยงสูงอยู่แล้ว

- ต้องตั้งน้ำให้มีกินเพียงพอตลอดเวลา เพื่อป้องกันภาวะแห้งน้ำ

- ไม่เอาสุนัขไว้ในรถแม้จะออกไปไม่นานและจอดไว้ในร่มก็ตาม เพราะอุณหภูมิในรถสามารถเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

- สุนัขที่เลี้ยงอยู่นอกตัวบ้านนั้นควรจัดสถานที่เลี้ยงให้มีที่ร่มไว้หลบแดดได้ด้วย และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความร้อนสูง เช่น ทราย หรือพื้นคอนกรีต

- ในวันที่อากาศร้อนควรลดการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเป็นเวลานานๆ เพราะร่างกายสุนัขจะเกิดความร้อนสูงและระบายความร้อนได้ไม่ทัน

- ไม่ใส่อุปกรณ์ที่ใช้ปิดปาก (Muzzle) ให้กับสุนัข เพราะจะยิ่งทำให้สุนัขหอบหายใจเพื่อระบายความร้อนได้ลำบากมากยิ่งขึ้น

- อาบน้ำให้สุนัขหรือพาไปว่ายน้ำเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายในวันที่อากาศร้อนจัด

ระดับอุณหภูมิร่างกาย

ต่ำกว่าปกติ คือ น้อยกว่า 100 F
สูงกว่าปกติ คือ มากกว่า 100 F

ถ้าสูงกว่าปกติ ....

ระดับต่ำๆ คือ 102.5-103 F

ระดับปานกลาง คือ 103-105 F

ระดับรุนแรง คือ มากกว่า 105 F


เครดิต .. รพส.ประศุอาทร
  ฟอรั่ม : ถามตอบ ปัญหาสุขภาพ · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #8846 · ตอบ : 0 · ชม : 7,520

  staff
โพสต์เมื่อ : Jan 21 2013, 09:54 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


QUOTE(TonGGTi @ Jan 20 2013, 06:56 PM) *
มีใครอยู่แถว นครสวรรค์ ชัยนาท หรือระแวกนี้ไหมครับ

ลงจังหวัดหรือมีเฟสประกอบด้วยน่าจะดีนะครับ



เท่าที่ทราบ แถบนั้นยังไม่มีนะคะ

ส่วนเฟซ จะเสิชให้นะคร๊า
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #7562 · ตอบ : 17 · ชม : 81,059

  staff
โพสต์เมื่อ : Dec 5 2012, 11:24 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


B (IMG:style_emoticons/default/cool.gif)
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #6526 · ตอบ : 1 · ชม : 7,404

  staff
โพสต์เมื่อ : Nov 23 2012, 08:09 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


ขอบคุณมากก๊าบบบ
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #6467 · ตอบ : 1 · ชม : 8,420

  staff
โพสต์เมื่อ : Nov 8 2012, 11:58 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


น้องได้บ้านเรียบร้อยแล้วอ่ะค่ะ ขอบคุณมากๆนะคร๊า
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5836 · ตอบ : 2 · ชม : 8,134

  staff
โพสต์เมื่อ : Nov 8 2012, 11:51 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


เสื้อหมดแล้วคร่าาาาา
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5835 · ตอบ : 81 · ชม : 310,875

  staff
โพสต์เมื่อ : Nov 8 2012, 11:46 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


ยินดีต้อนรับจ้าน้องจอร์จจจจจ มวฟๆ
  ฟอรั่ม : เรื่องเล่าจากเหล่าสี่ขา · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5834 · ตอบ : 1 · ชม : 10,314

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 24 2012, 10:13 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


1.ให้สุนัขเดินเข้าออกประตู หลังเราเสมอ คือ ฝึกให้สุนัขนั่งรอก่อน เราเดินเข้า แล้วค่อยเรียก
ให้สุนัขตามเข้ามา

2. เวลาเดินในสายจูง ต้องไม่ให้สุนัขดึงเรา เราเดินนำหน้าเสมอ (ต้องฝึก)

3. ฝึกเรียกให้มาหาเรา (Recall) เราจะไม่เดินหรือวิ่งตามสุนัข จ่าฝูงไม่เคยเดินตามลูกฝูง

4. คนกินก่อน สุนัขกินที่หลัง ระหว่างเรากินข้าว ต้องไม่ยอมให้สุนัขเห่า คราง ขออาหารจากเรา
ไม่แบ่งอาหารคนให้สุนัขระหว่างคนกิน เมื่อถึงเวลาให้อาหารสุนัข เขาต้องสงบก่อน แล้วถึงให้อาหารเขา

5. ฝึกยึดอาหารหรือของเล่นคืน โดยให้สุนัขเป็นฝ่ายปล่อยและถอย ไม่ใช่การดึงแย่งจากปาก

6. ไม่เล่น Tug of war คือ การยื้อแย่งของเล่นคล้ายชักเย่อ

7. ฝึกจับสุนัขนอนหงายท้อง ให้อยู่ในลักษณะยอมจำนน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สุนัขจ่าฝูงสั่งสอน
สุนัขลูกฝูงเมื่อทำผิดกฎ และ/หรือ ยกสุนัขขึ้นโดยใช้มือขยุ้มที่หนังคอด้านหลัง (เป็นพฤติกรรม
ที่แม่สุนัขทำให้ลูกสุนัขสงบ)

8. เขาไม่ยอมสิ่งไหน เราต้องทำสิ่งนั้นจนเขายอม เช่น ไม่ยอมให้จับตัว ลูบหัว ฯลฯ

9. ที่สำคัญ คือ สุนัขกลุ่มนี้มักมีพลังงานเหลือมาก ต้องพาออกกำลังกาย (โดยเฉพาะก่อนฝึก)
เพื่อเอาพลังงานออก สุนัขที่เหนื่อยจะสงบ และยอมจำนนง่ายขึ้น

10. จ่าฝูง (คนเลี้ยง) เป็นผู้กำหนดกิจกรรมทุกอย่าง เช่น เมื่อไหร่ตื่น (สุนัขห้ามเห่าเรียกหรือ
ปลุกเราตอนเช้า) เมื่อไหร่กิน เมื่อไหร่เล่นหรือหยุดเล่น(สุนัขที่คาบของเล่นมาให้เราเล่นด้วย
หรือเห่าสั่ง คือพฤติกรรมแสดงความเป็นจ่าฝูงแบบหนึ่งของสุนัข

11. เราเป็นผู้กำหนดขอบเขตหรืออนุญาติ บริเวณที่เขาจะเข้าถึงได้ ไม่ใช้สุนัขอยากจะไปไหน
ก็ได้ตามใจเช่น การขึ้นบนเตียง หรือโซฟา สุนัขจะขึ้นได้เมื่อเราสั่ง และต้องลงเมื่อเราสั่ง ถ้าไม่ได้สั่ง
ห้ามขึ้นเอง

12. คนอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าสุนัขเสมอ เช่น นั่งสูงกว่า นอนสูงกว่า

13. ในกรณีมีสุนัขหลายตัว คนเลี้ยงมีสิทธิที่จะให้ความรัก หรือให้อาหารตัวไหนก่อนก็ได้ สุนัข
ไม่มีสิทธิที่จะอิจฉากันเอง หรือสุนัขไม่มีสิทธิหวงคนเลี้ยงคนดูแล เช่น ตัวไหนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
ขณะที่เราให้ความรักกับสุนัขอีกตัว ตัวที่ก้าวร้าวต้องถูกตักเตือน เมื่อสุนัขที่ก้าวร้าวสงบและยอม เรา
ถึงให้ความรักตอบ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆจาก : คุณ Yoja&Jiji


  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5542 · ตอบ : 1 · ชม : 5,397

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 24 2012, 10:07 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3



เมื่อมนุษย์ผู้แสนใจดีรับสุนัขเข้าบ้านเพื่อเป็นสมาชิกใหม่ ภายในครอบครัว ไม่ว่าจะรับสุนัขโตแล้ว หรือ
ลูกสุนัขคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะมองสุนัขเหมือนเป็นมนุษย์ขนปุกปุย เพื่อนซี้สี่ขา ตุ๊กตายัดนุ่น
ที่มีชีวิต หรือแม้แต่เหมาว่าเป็นลูกของตนเอง แต่เชื่อหรือไม่ว่าสุนัขมองโลกใบนี้ต่างจากเราอย่างสิ้นเชิง

เมื่อสุนัขเข้ามาอยู่กับครอบครัว เข้ามาในบ้านของเราสิ่งแรกที่สุนัขมอง ไม่ใช่ว่าบ้านนี้ใหญ่โตแค่ไหน
มีที่นอนแสนอุ่น มีเสื้อแสนสวย มีอาหารยี่ห้อดีๆ หรือ มีของเล่นให้เล่นเยอะหรือเปล่า แต่สุนัขไม่ว่า
จะเป็นหมาโต หรือลูกหมา จะมองว่ามันอยู่ในตำแหน่งใดในฝูงใหม่ฝูงนี้ จ่าฝูงหรือลูกฝูง หรือถ้าฝูงนี้
มีจ่าฝูง(มนุษย์)อยู่แล้ว มันก็จะมองว่า เป็นจ่าฝูงที่ใช้ได้หรือเปล่า ถ้าใช้ไม่ได้ สุนัขก็จะเสียบตำแหน่ง
จ่าฝูงเสียเอง

ในโลกของสุนัขมีแค่ 2 ตำแหน่งคือ จ่าฝูง หรือ ลูกฝูง

ลูกฝูงจะทำตามจ่าฝูงทุกอย่างเท่าที่จ่าฝูงจะสั่งให้ทำ ไม่รบกวนการกินของจ่าฝูง ไม่รบกวน
การนอนของจ่าฝูง ไม่เห่าสั่ง ให้อยู่ไหนก็อยู่ตรงนั้นจนกว่าจ่าฝูงจะสั่งให้ไปที่อื่น กินเมื่อจ่าฝูงสั่ง
เล่นเมื่อจ่าฝูงบอก เรียกเมื่อไหร่ก็มาหา บอกให้หยุดก็หยุด ไม่มีการหวงของ เพราะของทุกอย่าง
เป็นของจ่าฝูง เป็นต้น

ถ้าคุณรู้สึกว่า สุนัขนั้นดื้อเหลือเกิน พูดไม่ฟัง แถมเห่าเถียง เห่าสั่งอีกต่างหาก หรือเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ลักปิดลักเปิด หรือ ทำเป็นหูทวนลม เรียกก็มาบ้าง ไม่มาบ้าง จะสั่งให้ทำอะไรก็ต้องมีขนมติดสินบน
เห่าไม่หยุด กัด ขู่ หวง ก้าวร้าว ฯลฯ

ตอนนี้พวกเราเหล่ามนุษย์ก็จะทราบคร่าวๆแล้วว่า ในฝูงนี้ คุณอยู่ในตำแหน่งใดกันแน่ จ่าฝูง หรือ ลูกฝูง ?

วิธีการเป็นจ่าฝูง ต้องเป็นตลอด 24 ชั่วโมง ทุก 7 วัน และต้องสม่ำเสมอต่อการควบคุมกฎระเบียบ
กฎทุกอย่างในบ้านจ่าฝูงเป็นผู้ตั้ง กฎต้องเป็นกฎ ไม่มีการผ่อนผันหรือประณีประณอม มีแต่ขาวและดำ
ไม่มีเทา ถ้าคุณทำได้ 100% สุนัขก็จะยอมเป็นผู้ตามหรือ เป็นลูกฝูงที่น่ารัก เชื่อฟังได้ทั้ง 100% แต่ถ้า
คุณเป็นจ่าฝูงได้ 80% แปลว่าอีก 20% ที่เหลือคุณยอมให้สุนัขเป็นจ่าฝูง หรือคุณเป็นจ่าฝูงได้แค่ 20%
นั้นคืออีก 80%ที่เหลือ หมาคุมคน

ถ้าคุณรู้สึกว่าสุนัขเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย แปลว่าคุณไม่ได้ครองตำแหน่งจ่าฝูงได้ 100% จริงๆ แล้ว คุณครอง
กี่ % กันเอ่ย หรือ ให้สุนัขครองความเป็นจ่าฝูงทั้ง 100% หรือเปล่า ?

ทุกอย่างมีทางแก้ไข การทวงตำแหน่งจ่าฝูงนั้นไม่ยาก ถ้าคุณยินดีรับตำแหน่งจ่าฝูง สุนัขยินดีและพร้อม
ทั้งกาย ใจ จะมอบตำแหน่งนั้นคืนให้คุณอย่างแน่นอน ถ้าคุณทำได้ดี ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่เมื่อไหร่
คุณเผลอไม่เป็นจ่าฝูงแล้วหละก็ สุนัขก็พร้อมจะเสียบตำแหน่งจ่าฝูงแทนอย่างแน่นอน ไม่ว่ามันจะเต็มใจ
หรือ ฝืนใจ รับตำแหน่งนี้ก็ตาม

ชีวิตประจำวันเพื่อการเป็นจ่าฝูงตลอด 24 ชั่วโมง

- เวลาเช้าเราเป็นผู้กำหนดเวลาที่จะปล่อยให้สุนัขออกไปขับถ่าย ไม่ว่าจะปล่อยออกจากกรง หรือ เปิด
ประตูห้อง ให้ออกไปขับถ่าย สุนัขต้องนั่งรออย่างสงบหน้าประตูกรง หรือประตูห้อง เมื่อสุนัขสงบถึง
อนุญาตให้ออกไปขับถ่ายในบริเวณที่กำหนดได้ ถ้าเขาเห่าเรียกก็ต้องห้าม ตักเตือน และไม่อนุญาติ
ให้ออก จนกว่าเขาจะสงบก่อน

- การพาสุนัขไปเดินตอนเช้า (Mastering the walk) สุนัขต้องสงบตั้งแต่เราเริ่มหยิบสายจูง สุนัขนั่งรอ
อย่างสงบหน้าประตู คนออกก่อน สุนัขออกทีหลัง ระหว่างการเดินสุนัขต้องไม่เดินดึงสายจูง ไม่เดินนำ
ไม่วอกแวก ไม่ดมพื้น ก่อนเข้าบ้าน สุนัขก็ต้องนั่งรออย่างสงบ คนเข้าบ้านก่อนสุนัขเข้าทีหลัง เมื่อเข้าบ้าน
แล้วให้สุนัขนั่งรออย่างสงบบริเวณใดบริเวณหนึ่งก่อนเพื่อรอให้ เราเก็บสายจูง เรากินน้ำให้เรียบร้อย แล้ว
เราค่อยเอาน้ำให้สุนัขกิน เขาจะกินน้ำได้เมื่อเราเป็นผู้อนุญาต แล้วค่อยปล่อยให้สุนัขพักผ่อนตามอิสระ
หรือ ขึ้นอยู่กับภารกิจของแต่ละบ้าน ดูรายละเอียดได้ที่ Dog training ; Mastering the walk

- ประตูทุกประตู ถ้าเราจะผ่านประตูนั้นๆพร้อมกับสุนัข ไม่ว่าเวลาไหนๆ หรือกิจกรรมใดๆ เราต้องผ่านก่อน
สุนัขนั่งรออย่างสงบ แล้วเราค่อยอนุญาตให้สุนัขผ่านตามมา

- กิจกรรมระหว่างวันเราผู้เป็น จ่าฝูงต้องเป็นผู้กำหนด เช่น เมื่อไหร่เล่นได้ เมื่อไหร่ต้องหยุดเล่น สุนัข
ห้ามหวงของเล่น เรากำหนดว่าจะให้เล่นของเล่นอันไหน เมื่อไหร่ เพราะของเล่นเป็นของจ่าฝูง หรือ
ห้ามเห่าสั่งเพื่อให้เราปาบอลให้ และเราควรกำหนดบริเวณที่จะให้สุนัขอยู่ เช่น ให้อยู่ในห้องนี้
ห้ามไปห้องนั้น หรือตอนนี้ต้องอยู่กันอย่างเงียบๆห้ามส่งเสียงดัง เป็นต้น

- ในกรณีที่ต้องพาสุนัขขึ้นรถไปเที่ยวนอกบ้าน สุนัขต้องนั่งรออย่างสงบ ขึ้นรถได้ก็ต่อเมื่อเราอนุญาต
อยู่ในรถก็ต้องอยู่อย่างสงบ ก่อนลงจากรถก็ต้องสงบก่อนลง ลงจากรถได้เมื่อเราอนุญาต

- พฤติกรรมใดๆ ที่เป็นข้อห้ามของบ้าน เราผู้เป็นจ่าฝูงต้องเข้าตักเตือน ห้าม ทุกครั้งที่สุนัขทำพฤติกรรม
ไม่ดีนั้นๆ ต้องควบคุมกฎอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เตือนบ้าง ไม่เตือนบ้าง อีกคนหนึ่งห้าม แต่สมาชิกในบ้าน
อีกคนหนึ่งอนุญาต พฤติกรรมที่ควรห้ามเช่น ห้ามกัดเฟอร์นิเจอร์ กัดคน ขึ้นโซฟา (ตัวที่ห้ามขึ้น)
เห่ามอร์เตอร์ไซด์ เห่าคนผ่านประตู ไล่จักรยาน ขุดสวน เห่าสั่ง เป็นต้น

- ขณะที่คนทาน อาหาร สุนัขห้ามเห่าขออาหาร เราจะต้องห้ามและตักเตือน และ เราห้ามให้อาหาร
แก่สุนัขกินเด็ดขาดขณะที่เรากินอยู่ มื้ออาหารของคนและมื้ออาหารของสุนัขควรแยกกันอย่างชัดเจน
แต่ถ้าเวลาและสถานที่ ใกล้เคียงกัน คนทานก่อนให้เสร็จเรียบร้อย แล้วค่อยให้สุนัขทานทีหลัง

- เวลาให้อาหารสุนัข สุนัขต้องสงบตั้งแต่เราเตรียมอาหาร สุนัขนั่งรออย่างเรียบร้อย ห้ามเห่าสั่ง
เมื่อสุนัขนั้งเรียบร้อย ค่อยวางจานอาหารลง สุนัขยังคงนั่งรออยู่ จะเข้าไปกินในชามได้ก็ต่อเมื่อ
เราอนุญาตให้ทานได้ ดูรายละเอียดได้ที่ Dog training ; Feeding Ritual 1 และ 2

****** ถ้าจะดียิ่งขึ้น ควรให้อาหารหลังจากที่สุนัขได้ทำงานแล้ว เช่น หลังจาก Mastering the walk
หรือ การฝึกกิจกรรมพิเศษ เช่น Dog tricks / Dog Agility (ควรให้สุนัขพักให้หายเหนื่อยก่อนกินอาหาร)
เพื่อให้สุนัขได้ความรู้สึกที่ว่า “ได้ทำงานเพื่อแลกน้ำและอาหาร อาหารไม่ได้มาฟรีๆ “


- ก่อนจะเข้าบ้าน หรือเข้ากรง สุนัขต้องสงบก่อนเข้า เพื่อให้พักผ่อนและหลับอย่างสงบ

//////เพิ่มเติม////////
ในกรณีสุนัขที่มีพลังงานสูง ไฮเปอร์ การเดินออกกำลังตอนเช้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควร
ให้มีกิจกรรมระหว่างวันเพิ่มเติมเพื่อเป็นการระบายพลังงานสะสม ควรมีการฝึกสมอง ฝึกจิตใจ เพิ่ม
ความท้าทายผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สุนัขสงบ ง่ายต่อการควบคุม และยอมรับกฎต่างๆ ของบ้าน

กิจกรรมเพิ่มเติมต่างๆ เช่น วิ่งลู่วิ่ง เล่นสเก็ตหรือปั่นจักรยานแล้วสุนัขวิ่งคู่กับเรา เดินออกกำลังเพิ่มเติม
ตอนเย็น เล่น Agility, ฝึก Dog Tricks, พาไปว่ายน้ำ เป็นต้น

ถ้าต้องทิ้งให้สุนัขอยู่ตามลำพัง สุนัขควรเหนื่อยและสงบ ก่อนที่เราจะทิ้งเขาให้อยู่ตามลำพัง เช่น พาสุนัข
ไปเดินนานขึ้น เดินเร็วๆก้าวเร็วๆ หรือ ให้สุนัขวิ่งไปกับจักรยานหรือสเก็ต และ เพิ่มการวิ่งลู่วิ่ง หรือหลังจาก
ออกกำลังกายจนเหนื่อย ต่อจากนั้นให้สุนัขทานอาหาร เพราะสุนัขที่เหนื่อยและอิ่มจะหลับพักผ่อน ทำให้
เขาอยู่ตามลำพังได้ และไม่ก่อกวน

ขอบคุณข้อมูลดี ๆจาก : คุณ Yoja&Jiji


  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5541 · ตอบ : 0 · ชม : 4,960

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 24 2012, 10:02 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


Check chain หรือ Choke chain มีหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ มีทั้งทำจากโซ่ ทำจากเชือกไนลอน
หรือ แบบนวัตกรรมใหม่ Illusion Collar ทำจากเชือก

(IMG:http://image.ohozaa.com/i/855/lOz0tm.jpg)


Illusion Collar

(IMG:http://image.ohozaa.com/i/0b4/diQCGZ.jpg)


ในกรณีที่ไม่มี Check chain แต่ก็สามารถใช้สายจูงปกติมากลับด้านใช้เป็น Check chain ได้

(IMG:http://image.ohozaa.com/i/8a5/iFplwS.jpg)



ใส่แล้วเป็นแบบนี้

(IMG:http://image.ohozaa.com/i/g75/yoV7Hs.jpg)



เพื่อความปลอดภัย ถ้าสุนัขมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดลม หลอดอาหาร กระดูกต้นคอ ก็ไม่ควรใช้เพราะ
จะทำให้เกิดอันตรายได้ อันนี้ก็ต้องปรึกษาแพทย์ว่าสุนัขมีปัญหาข้างต้นหรือเปล่า แต่สุนัขโดยทั่วๆไป
ถ้าไม่มีอาการไอ กลืนลำบาก หายใจติดขัด หรือ กล้ามเนื้อลีบขาไม่มีแรงอันเนื่องมาจากกระดูกต้นคอ
กดทับเส้นประสาท ถ้าไม่มีอาการคร่าวๆ ดังที่กล่าวมา ก็ไม่น่าจะต้องกังวลอะไร ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษา
แพทย์ ปลอดภัยไว้ก่อน

ส่วนสุนัขอายุน้อยกว่า 1 ปี ก็น่าจะใช้ได้ไม่น่ามีปัญหา แต่ควรใช้เวลาคุมเดิน และ สอนกฎระเบียบเท่านั้น
ไม่ควรสวมใส่ทั้งวัน สายจูงโซ่กระตุก (Check chain)หรือเชือกแบบ Illusion Collar ก็ควรใช้ให้ถูกต้อง
ถ้าใช้ไม่ถูกต้องก็เป็นอันตรายกับสุนัขได้ไม่ว่าจะเป ็นลูกหมา หรือหมาโต ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าใช้เป็นและ
ถูกต้องรึเปล่า

วิธีใช้เชือกกระตุกอย่างถูกต้อง

- ไม่ควร ดึงยื้อกันเหมือนชักเย่อ เพราะจะทำให้สุนัขหายใจไม่ออก

- ไม่ควร กระตุกแรงเกิน เพราะจะทำให้กระดูกต้นคอ หรือ หลอดลม หลอดอาหาร ได้รับความกระทบ
กระเทือนได้ ส่วนใหญ่คนจะกระตุกแรงอันเนื่องจากโมโห โกรธ สุนัขอย่างมาก ทำให้ระบายอารมณ์โดย
การกระตุกแรง นั้นคือการทำร้ายสัตว์ ซีซาร์แนะนำว่า เมื่อไหร่เราจะฝึกสุนัข จะจับสายจูง เราต้องอยู่ใน
ภาวะสงบ นิ่ง เท่านั้น ไม่ควรโกรธหรือโมโหทั้งสิ้น ถ้าเราใช้สายจูงเพื่อการฝึก ก็ไม่น่าจะเป็นอันตรายอะไร
แต่ถ้าใช้เพราะเป็นการทำโทษหรือด้วยความโมโหก็อาจเป็ นการทำร้ายสัตว์ทั้งร่างกาย และ ทำร้ายจิตใจ
สัตว์ด้วย

- วิธีกระตุก อย่างถูกต้อง
คือ กระตุกไปในทิศด้านข้างเข้าหาขาเรา 1 ครั้งแล้วปล่อยทันที เพื่อเป็นการ
เรียกความสนใจสุนัข หรือ ดึงในทิศขึ้นแนวดิ่ง 1 ครั้ง แล้วปล่อยทันที ในกรณีก้มดมพื้น เน้นว่า
กระตุกสั้นๆ เร็วๆ แต่ไม่ต้องแรงเพียง 1 ครั้งแล้วปล่อยทันที
ถ้าคนใช้ไม่เป็น
ส่วนใหญ่จะดึงยื้อเหมือนชักเย่อเวลาถูกสุนัขลากเราขณะเดิน นั้นเป็นการใช้ที่ผิดวิธีอย่างมาก

- สวมโซ่คล้องหลังกกหูเท่านั้น จะทำให้การเตือนได้ผล และสุนัขจะไม่มีแรงดึง เพราะเป็นส่วนที่สุนัข
จะไม่มีแรงขัดขืนเรา จะทำให้เราใช้แรงกระตุกเพียงเล็กน้อยและน้องหมาก็เข้ าใจ แต่คนส่วนใหญ่มักจะ
ใส่ผิดคือ ใส่ไว้แล้วโซ่อยู่ฐานคอด้านล่าง(ที่ใส่ปลอกคอ) บริเวณนี้คือส่วนที่แข็งแรงที่สุดของคอทำให้
สุนัขมีแรงดึงมหาศาล ยิ่งเขาดึง สายก็ยิ่งรัดคอทำให้หายใจไม่ออก เราก็กระตุกน้องหมาไม่สำเร็จเพราะ
เขาจะไม่รู้สึก พอเขาไม่รู้สึกเราก็ยิ่งโมโห ก็ยิ่งกระตุกแรงคล้ายกระชาก นั้นคือการทำร้ายสุนัขอย่างยิ่ง
เพราะฉะนั้นใส่ในตำแหน่งที่ถูก ก็จะเบาแรงไปกว่าครึ่ง

ขอบคุณข้อมูลดี ๆจาก : คุณ Yoja&Jiji



  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5539 · ตอบ : 0 · ชม : 4,546

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 24 2012, 09:36 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


การเดินเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับธรรมชาติของสุนัขที่อยู่กันเป็นฝูง พื้นที่บ้านใหญ่ให้วิ่งเล่นไม่สามารถ
ทดแทนการเดิน(นอกรั้วบ้าน)ได้ พื้นที่ในบ้านเปรียบแค่เป็นคอกเท่านั้นในความหมายของสุนัข หมาป่า
เดินหลายกิโลเพื่อหาอาหารล่าเหยื่อ สุนัขเลี้ยงในอดีตก็ต้องทำงานเพื่อแลกอาหารบางทีก็ต้องเดิน
ท่องป่ากับเจ้าของเพื่อช่วยเจ้าของออกล่าสัตว์ เหมือนปลาก็ต้องว่ายน้ำ นกต้องบิน หมาก็ต้องเดิน

การเดินมีประโยชน์มากมาย ทำให้สร้างความเชื่อใจและความเคารพที่สุนัขมีต่อเจ้าของ ทำให้สุนัขสงบ
และยอมจำนน สุนัขที่เข้ากันไม่ได้ต้องเดินด้วยกันเพื่อการยอมรับเป็นสมาชิกของกลุ่ม เดียวกัน(โดยมี
เจ้าของเป็นจ่าฝูง) ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ต้อง “เดินให้ถูกต้อง”

การเดินที่ถูกต้องในแง่ของพฤติกรรมความเป็นจ่าฝูง(คน) และ ลูกฝูง(สุนัข)

1. คนเดินนำหน้า สุนัขเดินอยู่ข้างๆหรือเยื้องไปข้างหลัง ไม่อนุญาติให้สุนัขเดินนำหน้า ไม่ดึงสายจูง
ในโลกของสุนัขใครอยู่หน้าคนนั้นคือจ่าฝูง

2. สุนัขต้องเดินตามเรา เราเป็นคนกำหนดเส้นทางเดิน เลี้ยวซ้ายขวา รวมถึงความเร็วด้วย

3. สุนัขไม่หยุดดมพื้น ไม่ดมข้างทาง ไม่สนใจหมาหรือคนที่เดินสวนมา ไม่หยุดฉี่เพื่อบ่งบอกอาณาเขต หน้าที่เดียวของสุนัขคือ ตามจ่าฝูงเท่านั้น

4. จ่าฝูงเป็นผู้ตัดสินใจเมื่อไหร่หยุด
เมื่อไหร่ให้ฉี่หรืออึ เมื่อไหร่พัก

5. ที่สำคัญ ก่อนเข้าออกประตูบ้าน สุนัขต้องอยู่ในภาวะสงบ
และเราต้องออกประตูก่อน แล้วสุนัข
ออกทีหลัง ก่อนเข้าบ้าน เราก็ต้องเข้าประตูก่อนเสมอ เพราะจ่าฝูงเท่านั้นที่เข้าที่พักก่อน หรือออกจาก
ที่พักก่อนเสมอ (เพราะจ่าฝูงเป็นผู้นำและเป็นผู้กำหนดกิจกรรมต่างๆ ส่วนลูกฝูงมีหน้าที่ตาม)

… ขั้นตอน

การเดินใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที อาจให้สุนัขแบกเป้ เพื่อปรับให้เขาอยู่ในภาวะทำงาน เหมือนเขามีภาระ
ที่ต้องรับผิดชอบ

ก่อนออกจากบ้าน สุนัขต้องอยู่ในภาวะสงบ นั่งรอหน้าประตู


(IMG:http://image.ohozaa.com/i/007/iJuzsc.jpg)


เราก้าวออกจากประตูก่อนเสมอ ขณะที่สุนัขยังนั่งรออยู่อย่างสงบ

(IMG:http://image.ohozaa.com/i/51e/Zsm0OS.jpg)


เรียกให้สุนัขออกตามมา แล้วให้สุนัขรอหน้าประตูก่อน โดยยังอยู่ข้างๆเจ้าของอย่างสงบ
เจ้าของเป็นผู้เริ่มก้าวเดินก่อน จ่าฝูงต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางที่จะเดินเสมอ

(IMG:http://image.ohozaa.com/i/07a/9sD15H.jpg)

สุนัขเดินตามเจ้าของในสายจูงอย่างเรียบร้อยไม่มีการเดินนำหน้า หรือดึงสายจูง
สุนัขไม่มีการดมพื้น หรือวอกแวก


(IMG:http://image.ohozaa.com/i/f98/3i4y3g.jpg)

ถ้าสุนัขยอมรับเราเป็นจ่าฝูงแล้ว แม้ปล่อยสายจูงสุนัขก็ยังคงเดินตามเราอยู่ โดยที่ไม่วอกแวก
ไม่ออกนอกเส้นทาง ยังคงเดินอยู่ข้างเราตลอดทาง ในความเร็วที่เท่ากัน


(IMG:http://image.ohozaa.com/i/78d/MhPkXw.jpg)



เมื่อเดินเสร็จ ก่อนจะเข้าบ้าน ให้สุนัขนั่งรอด้วยความสงบหน้าประตูบ้าน


(IMG:http://image.ohozaa.com/i/904/6juSMK.jpg)


เราเดินเข้าบ้านก่อน ขณะที่สุนัขยังนั่งคอยอยู่ที่เดิม


(IMG:http://image.ohozaa.com/i/503/uurVyA.jpg)


เรียกให้สุนัขเดินตามเข้าบ้าน และให้นั่งเรียบร้อย ก่อนที่จะปล่อยให้เป็นอิสระ


(IMG:http://image.ohozaa.com/i/8bd/0XKS52.jpg)


…..น้องหมาบางตัวยอมเดินในสายจูงแต่ดึงเราไปทิศตามใจตัวเอง วิธีแก้ในสไตล์ของ Cesar คือ

1. น้องหมาอยู่ในสายจูงที่เป็นแบบโซ่กระตุก(หรือIllusion Collar) ยืนชิดด้านซ้ายของเรา เราถือสายจูง
ด้านซ้ายมือเดียว สายจูงไม่ตึงไม่หย่อน

2. เราเริ่มเดินก่อนในทิศที่เราต้องการ น้องหมาเดินตาม ถ้าสายจูงตึงซึ่งเป็นเพราะน้องหมาดึงไปคนละทาง
ให้กระตุกสายจูงเร็ว(แล้วคลาย) 1 ที เพื่อกระตุ้นน้องหมาให้เดินให้ถูกทิศทาง คือเดินตามเรา

…..ในกรณีที่แย่ที่สุด กระตุกแล้วไม่ได้ผลเมื่อไหร่สายจูงตึงน้องหมาจะเท้าติดเบรคทันทีหรือนอนแบะแฉะ
กางสี่ขาท้องติดพื้น เหมือนไก่ย่าง หนังสือหลายเล่มอาจแนะนำการใช้ขนมล่อให้สุนัขเดินตามในสายจูง
(Heel Walk) จากประสบการณ์ที่เคยฝึกเอง อาหารใช้ไม่ได้ผลคือเขาเดินมา 2 ก้าวเพื่อมากินขนมแล้ว
หยุดเดินอีก คราวต่อไปก็เมินอาหารไปเลย ส่วนตัวเลยใช้วิธีสุดขั้วแบบหักดิบ แบบไม่มีอาหารล่อ คือ
ถ้าวิธีนี้เราชนะ เขาจะยอมเดินในสายจูงง่ายขึ้นตลอดไป (ใช้ในกรณีที่สุนัขไม่ยอมเดินเลย แทบจะลาก
ไปกับพื้นได้เลย)

1.1 เราต้องมีเวลา ห้ามรีบ หาช่วงที่เราอารมณ์ดีที่สุด ห้ามอายเพื่อนบ้าน ห้ามโมโห หงุดหงิด
ในขณะทำเด็ดขาด แล้วใส่สายจูงแบบโซ่กระตุก

1.2 เราเดินแล้วสุนัขหยุด ขืนตัว เราก็หยุดทันที โดยเราออกแรงดึงต้านกับแรงเขาเล็กน้อย
เน้นเล็กน้อยเท่านั้นเพราะโซ่กระตุกจะรัดคอเขาเล็กน้อย แต่จะไม่ขาดอากาศหายใจ (เพราะสัญชาตญาณ
แล้วหมาไม่ยอมตายง่ายๆ) เราต้องระวังแรงของเราไม่ให้แรงไป อย่าถอยกลับไปหาน้องหมา
(รักษาสายจูงให้ตึงจนกว่าเขาจะยอมเดินตามเราแล้วสายจูงก็หย่อนเอง)

1.3 ยื้ออย่างนี้ซักพัก สุนัขบางตัวขืนตัว 5-10 นาที เราก็ห้ามยอม บางตัวขืนตัวแล้ว ยังร้อง แหกปาก
เหมือนจะตาย หรือเหมือนถูกทำร้าย หรือดิ้นหมุนกลิ้งกับพื้น เขาจะใช้เทคนิคทุกอย่างให้เราใจอ่อน
เราก็ห้ามยอม ห้ามหงุดหงิด ไม่ต้องมองเขาไม่ต้องสบตา

1.4 เมื่อไหร่เขาหยุดดึง เราก็หยุดดึง แล้วเราก้าวเดินต่อทันที สุนัขก็จะยอมเดินต่อ แต่ถ้าเขาหยุดอีก
ก็ทำแบบเดิมอีก จนกว่าเขาจะยอมเดินตลอดทางโดยไม่หยุดขืนตัวนั้นคือเราชนะ

การเดินในสายจูง บางทีเดินบริเวณรอบบ้านก็จะเดินดี แต่เวลาเปลี่ยนสถานที่่ใหม่ๆ มีสิ่งกระตุ้นมาก
ก็อาจทำให้เขาเดินได้ไม่ดีเท่าสถานที่ที่ไม่มีสิ่งกระตุ้น ก็ต้องคอยฝึกกันไป

ขอบคุณข้อมูลดี ๆจาก : คุณ Yoja&Jiji



  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5534 · ตอบ : 0 · ชม : 3,714

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 24 2012, 09:07 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


Cesar Millan ได้แนะนำวิธีสร้างสันติในบ้าน เมื่อแนะนำน้องหมาใหม่ให้ทำความรู้จักกับน้องหมาที่อยู่มาก่อน อย่างสันติ ลดปัญหาความขัดแย้ง รักกันไม่ทะเลาะกัน เริ่มต้นดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง (แต่ถ้าบ้านไหนไม่มีปัญหาเรื่องหมาใหม่หมาเก่า ขอแสดงความยินดีด้วย แต่ถ้าใครมีปัญหา หรือ ป้องกันก่อนปัญหาจะเกิดขึ้น รู้ไว้ก็ไม่เสียหาย)


กฎเหล็ก


1. ก่อนจะนำหมาใหม่มาเป็นสมาชิกในบ้าน สุนัขที่มีอยู่ก่อนจะต้องยอมรับสมาชิกในบ้านทุกคน( มนุษย์ ) ว่าเป็นจ่าฝูง และสุนัขทุกตัวเป็นลูกฝูงถ้าสามารถเลือกได้ เลือกสุนัขใหม่ที่มีพลังงานต่ำกว่า หรือ เท่ากันกับสุนัขเก่าที่อยู่มาก่อน


2. กฎทุกกฎ สุนัขทุกตัวต้องเข้าใจตรงกัน ไม่มีข้อยกเว้น
เช่นหมาเก่าทำแบบนี้ หมาใหม่ก็ต้องทำเช่นกันสุนัข เก่าที่รู้กฎในบ้านเป็นอย่างดี จะช่วยสอนกฎแก่สุนัขตัวใหม่ สุนัขตัวใหม่จะเลียนแบบสุนัขตัวเก่า ทำให้เราเบาแรงไปเยอะ เช่น ถ้าสุนัขเก่าไม่เห่า สุนัขใหม่ก็จะไม่เห่าตาม สุนัขเก่าไม่กัดรองเท้า สุนัขใหม่ก็จะไม่กัดรองเท้าด้วย เป็นต้น


3. คาถาประจำใจในการเจอหมาใหม่ No touch ! No talk ! No eye contact ! โปรดจำไว้ว่า ใครเดินไปหาอีกฝ่ายก่อน ฝ่ายนั้นเป็นลูกฝูง เราต้องยืนเฉยๆ ทำเป็นไม่สนใจสุนัขไม่ว่าจะน่ารักน่าอุ้มขนาดไหนก็ตาม ต้องใจแข็ง (หยิ่งเข้าไว้ 555 ) แล้วรอให้สุนัขเป็นฝ่ายมาดมเราก่อน เขาจะเคารพเรา และ มีแนวโน้มจะเห็นเราเป็นจ่าฝูง แต่ถ้าเราเข้าไปหาสุนัขก่อน ด้วยท่าทีตื่นเต้นกระดี้กระด้า เสียงสูงปรี๊ด และตื่นเต้น ในสายตาของสุนัข คุณคือผู้ตามทันที ไม่มีข้อยกเว้น นี่คือสิ่งที่สุนัขมองโลก มองโลกในแบบสุนัข อย่าคิดว่าสุนัขมองโลกเหมือนกับเรา สุนัขก็คือสุนัข ไม่ใช่คน ไม่ใช่ตุ๊กตายัดนุ่น

เคล็ดไม่ลับ

- พาสุนัขใหม่เดินก่อนเข้าบ้าน เหมือนเป็นการอพยพย้ายถิ่น จากถิ่นเก่ามาถิ่นใหม่ ที่สำคัญ เราเดินนำ สุนัขเดินตาม ให้เขาเห็นเราเป็นจ่าฝูงเสียแต่เนิ่นๆดีกว่า (ถ้าเป็นลูกสุนัขก็เดินสั้นๆ )

- เมื่อถึงประตูบ้าน ให้สุนัขรออย่างสงบ เราก้าวเข้าประตู รอสักพัก (สุนัขยังคงรออยู่อย่างสงบ) และอนุญาตให้สุนัขก้าวตามเข้าประตูมา

ใน สายตาของสุนัข ใครเข้าไปยังสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ(บ้าน)ก่อน คนนั้นครอง ถ้าคุณยอมให้สุนัขตัวใหม่เข้าประตูบ้านก่อน สุนัขจะมองคุณเป็นผู้ตามทันที และบ้านก็จะเป็นของสุนัข คุณคือผู้อาศัย

- ระบายพลังงานสุนัขตัวเก่าก่อนที่จะพบสุนัขตัวใหม่ เพื่อลดความตื่นเต้น

- อาจให้ลูกหมาหรือหมาใหม่ได้เดินสำรวจบริเวณบ้านโดยเราจับสายจูงไว้ เหมือนพาแขกชมบ้าน ตรงไหนไม่อนุญาตให้เข้า ไม่อนุญาตให้ปีน ไม่อนุญาตให้กัด ก็กระตุกสายจูงเตือน แล้วพาเดินไปทางอื่น

ถ้าปล่อย ให้หมาใหม่เดินทั่วบ้านด้วยตัวมันเอง มันจะครองบ้าน และก็จะไม่เคารพบ้าน บ้านเป็นของเขาแล้ว คุณแค่ผู้อาศัย และปัญหาที่จะตามมาก็คือ สุนัขถ่ายเรี่ยราด พูดไม่ฟัง กัดเฟอร์นิเจอร์ เตือนแล้วก็ยังกัดอีก วุ่นวาย เราคุมไม่ได้ จะคุมได้อย่างไรก็คุณก็แค่ผู้อาศัยเท่านั้น

- เมื่อแนะนำบ้าน (โดยเราเป็นเจ้าบ้าน) เรียบร้อยแล้ว ให้สุนัขกินน้ำ แล้วเตรียมตัวออกเดิน

- พาสุนัขตัวเก่า และ ตัวใหม่เดินด้วยกัน แบบ Mastering the walk เราเดินนำ สุนัขเดินตาม ไม่ดึง ไม่วอกแวก เดินถือสายจูงคนละมือ ตัวเก่ามือหนึ่ง ตัวใหม่อีกมือหนึ่ง เดินสักพัก จนสุนัขทุกตัวอยู่ในภาวะอารมณ์เดียวกัน คือ เดินตามเราอย่างเดียว สงบ ผ่อนคลาย ไม่ตื่นเต้น

การเดิน ถือเป็นปัจจัยสำคัญมาก ทำให้สุนัขเก่ายอมรับสุนัขใหม่ว่าเป็นสมาชิกของฝูง โดยมีจ่าฝูงคือมนุษย์ สุนัขจะยอมรับกันง่ายขึ้น ลดปัญหาความขัดแย้ง (วิธีนี้ยังนำไปใช้กับสุนัขที่ไม่ถูกกันได้ ถ้าตัวไหนไม่ถูกกันยิ่งต้องเดินด้วยกัน แต่ถือสายจูงกันคนละมือ เมื่อยอมรับกันแล้ว ค่อยเริ่มถือสายจูงมือเดียวกัน เขาจะยอมรับกันและกันว่าเป็นสมาชิกของฝูงกันง่ายขึ้น ไม่ใช่ศัตรู อย่าลืมนะคะว่า ต้องเดินแบบ Mastering the walk เท่านั้น)

- เมื่อเดินเสร็จ ให้ทุกตัวรอหน้าประตูบ้าน เราเข้าก่อน สุนัขเข้าทีหลัง

- ขบวนการทำความรู้จักระหว่างหมาใหม่และหมาเก่า

อาจให้หมาใหม่รู้จักหมาเก่าทีละตัว หรือ พร้อมกันทีเดียวก็ได้ แต่เราต้องมั่นใจว่าเราคุมสถานการณ์ และคุมหมาเก่าได้ ถ้าไม่มั่นใจก็แนะนำทีละตัว

หลักสำคัญ ให้หมาใหม่ยืนนิ่งๆ แล้วหันบั้นท้ายหมาใหม่ให้หมาเก่าดม ระหว่างที่หมาเก่าทำการดม ให้หมาใหม่ยืนนิ่งๆ (การดมส่วนท้ายกัน ถือเป็นมารยาทที่ดีในการทักทายระหว่างสุนัขที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน หรือใช้สำหรับสุนัขที่เข้าสังคมยังไม่เก่ง จะลดการท้าทาย ลดความวิตกกังวลทั้งสองฝ่ายได้ เลี่ยงการดมปากหรือตาผสานตาในตอนแรก เพราะอาจทำให้เกิดการท้าทายกันได้ ถ้าสุนัขเข้าสังคมไม่เก่ง หรือไม่ยอมกัน อาจสู้กัน หรือ เกิดการป้องกันตัวเกิดขึ้น )

เมื่อตัวเก่าดมเสร็จแล้ว อาจเบี่ยงความสนใจไปที่อื่น เดินไปที่อื่น แล้วเราค่อยปล่อยสายจูงตัวใหม่ แล้วเขาจะเดินตามไปดมกันเอง

ระหว่างนี้เราต้องคอยจับตามอง ว่าการทักทายกันเป็นไปด้วยดี ถ้ามีสุนัขตัวใดทำการข่มอีกตัว ต้องคอยเตือน เช่น จ้องเขม็ง นิ่ง คอเกร็ง ยกหัวสูงกว่าไหล่อีกตัว หรือ ขึ้นขี่ ขึ้นคร่อม หรือ เอาขาหน้าแตะหัวหรือแตะไหล่อีกตัว หรือ ขู่ แยกเขี้ยว หรือ ขนต้นคอตั้งชัน เป็นต้น ถ้าเห็นอาการแบบนี้ ให้ตักเตือนทันที ถ้าเตือนไม่ทัน สงครามเกิดขึ้นแน่ๆ


ขอบคุณข้อมูลดีๆจากคุณ Yoja&Jiji








  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5532 · ตอบ : 0 · ชม : 3,426

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 20 2012, 01:57 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


อ่าาา แล้วเคยเลี้ยงพันธุ์อื่นๆมาก่อนมั่งป่าว

ถ้ามีปัญหาอะไร ถามพวกพี่ในบอร์ดได้เลยจ้า

พี่ก็เลี้ยงหมาตัวแรกในชีวิต คือ บีเกิ้ลนี่แร่ะ ...ปราบเซียนเลย

ถ้าสงสัยอะไร ลองค้นดูในเว็บนะคะ จะมีข้อมูลต่างๆอยู่เยอะพอสมควรคร่า

  ฟอรั่ม : เรื่องเล่าจากเหล่าสี่ขา · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5518 · ตอบ : 6 · ชม : 12,826

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 19 2012, 09:03 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


QUOTE(VIGO @ Sep 17 2012, 10:42 PM) *
ต้องการเสื้อยืดเเขนสั้น size M 1 ตัว ชุด Zag รอบอก 31 จำนวน 1 ตัว เเละเสื้อน้องหมา size 6 จำนวน 1 ตัว ครับ คือว่าน้องหมาหนัก 8 กิโล ต้องใส่เบอร์ 5 หรือ6 ครับ เเละรวมทั้งหมดราคาเท่าไหร่ครับ (IMG:style_emoticons/default/TLC_117-20080430_YoYoXiXi.gif)



ตอนนี้เสื้อได้และแซกได้หมดแล้วคร่า เหลือแต่เสื้อกล้ามไซส์ s

ส่วนเสื้อน้องหมายังมีอยู่ค่ะ ...นน.8 กก. ใส่ไซส์ 5 ก็พอค่ะ
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5514 · ตอบ : 81 · ชม : 310,875

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 19 2012, 06:02 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


ยินดีต้อนรับคร่า น้องถั่วต้มมมมม

น่ารักเจงๆ
  ฟอรั่ม : เรื่องเล่าจากเหล่าสี่ขา · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5511 · ตอบ : 6 · ชม : 12,826

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 16 2012, 01:22 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


อีกรายนะคะ

พี่จุ๋มและพี่จิ๋ม 089-452-7535
  ฟอรั่ม : พากิน พาเที่ยว · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5498 · ตอบ : 6 · ชม : 50,304

  staff
โพสต์เมื่อ : Sep 7 2012, 09:49 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3


น้ำหนัก ก็ถือว่ากลางๆ นะคะ..ช่วงนี้เค้ายังเด็กค่ะ..อย่างไร ลองดูปริมาณอาหาร ที่ให้ ..ว่าให้ตามมื้อ จำนวนเหมาะกับอายุเค้าหรือไม่
อย่าเพิ่งให้ทานขนมจุกจิกนะคะ

ส่วนเรื่องนอน..ถ้าหากน้องนอนแอร์ตลอด..ช่วงแรกๆ..อาจสังเกตุดู ถ้าเย็นเกิน ใส่เสื้อกล้ามกันช่วงหน้าอก หรือมีผ้ารอง หรือไม่นอนตรงบริเวณที่แอร์เป่าถูกโดยตรงน่ะค่ะ
  ฟอรั่ม : ถามตอบ ปัญหาสุขภาพ · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5479 · ตอบ : 3 · ชม : 8,132

12 หน้า V   1 2 3 > » 

New Posts  มีการโพสต์ตอบล่าสุด
No New Posts  ไม่มีการโพสต์ตอบ
Hot topic  ประเด็นร้อนที่มีการตอบ
No new  ประเด็นร้อนที่ไม่มีการตอบ
Poll  แบบสอบถามที่มีการตอบ
No new votes  แบบสอบถามที่ไม่มีการตอบ
Closed  หัวข้อกระทู้ที่มีการปิด
Moved  หัวข้อกระทู้ที่มีการย้าย
 

eXTReMe Tracker
ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 19th November 2019 - 05:07 PM
Beagle Gang - License by Beagle Gang
counter on tumblr