ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
 โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก
  staff
โพสต์ Apr 2 2013, 11:34 AM
โพสต์ #1

Advanced Member
***

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 490
เป็นสมาชิกเมื่อ : 4-December 10
หมายเลขสมาชิก : 3



ทราบหรือไม่ว่าสุนัขเป็นโรคลมแดดได้ง่ายกว่าในคนเสียอีก ก็เป็นเพราะว่าเค้ามีชั้นผิวหนังที่ถูกปกคลุมด้วยขนที่หนาและไม่มีต่อมเหงื่ออีกต่าง

หาก พวกเค้าจะหอบหายใจเพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายซึ่งมีประสิทธิภาพน้อยกว่าการ

ระบายออกทางเหงื่อ ดังนั้นในสภาพากาศที่ดีในความคิดคุณ อาจจะร้อนเกินไปสำหรับสุนัขของคุณ

โรคลมแดดเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับความร้อนมากเกินที่จะสามารถระบายความร้อนออกไปได


เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้เซลล์แตก เกิดภาวะแห้งน้ำ และเลือดข้นขึ้น ไปมีผลต่อหัวใจ ก่อให้เกิดกระบวนการแข็งตัวของเลือด

และเป็นผลให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะตับ สมอง และลำไส้จะเป็นอวัยวะที่มีความไวต่อความเสียหายมากที่สุด โดยกลไกการทำงานของ

ร่างกายหลังจากที่ได้รับความร้อนจะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือ

ดไปเลี้ยงอวัยวะดังกล่าว ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น

ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโดยปกติอุณหภูมิของร่างกายสุนัขจะประมาณ 101-102.5 องศาฟาเรนไฮต์ ถ้าเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นถึง 106 องศา

ฟาเรนไฮต์ จะทำให้สมองเกิดความเสียหาย อวัยวะต่างๆล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นควรจะรีบลดอุณหภูมิเพื่อช่วยลดความเสียหายต่ออวัยวะ

ต่อต่างๆ และเพิ่มโอกาสรอดให้กับสุนัข

อาการที่พบ ได้แก่ การหอบหายใจเร็ว ลิ้นแดงสด น้ำลายหนืดเหนียว อ่อนแรง ตามองไม่เห็น อาเจียน (อาจมีเลือดปน) ถ่ายเหลว ช๊อค หมดสติ


การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ รีบนำสุนัขออกจากบริเวณที่ร้อนนั้นแล้วรีบนำส่งสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด ระหว่างนั้น

ให้รีบลดอุณหภูมิของร่างกายของสุนัข โดยใช้น้ำเย็นเช็ดตัวหรืออาบน้ำ และเป่าพัดลมเพื่อเพิ่มการถ่ายเทอากาศ ควรวัดอุณหภูมิทุกๆ 5 นาที เมื่อ

อุณหภูมิร่างกายลดลงเหลือ 103 องศาฟาเรนไฮต์ แล้วให้หยุดแล้วเป่าให้แห้งเพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียความร้อนต่อไปอีก ทั้งนี้ต้องระวังการใช้น้ำ

เย็นจัดเพราะอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำเกินไปซึ่งจะเ

ป็นอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้สามารถให้สุนัขกินน้ำเพื่อช่วยลดอุณหภูมิและลดภาวะแห้งน้ำได้ในกรณีที่สุนั

ขยังสามารถกินเองได้อยู่ แต่ไม่ให้บังคับป้อนน้ำเพราะอาจทำให้สุนัขสำลักน้ำได้


สัตวแพทย์จะทำการรักษา โดยช่วยลดอุณหภูมิของสุนัขให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย (กรณีที่อุณหภูมิยังสูงอยู่) และคอยวัดอุณหภูมิของสุนัขอย่างต่อ

เนื่อง การให้สารน้ำเพื่อแก้ไขภาวะแห้งน้ำและออกซิเจนอย่างเพียงพอ การให้ยาในบางกรณี อีกทั้งการติดตามและเฝ้าระวังการเกิดภาวะช๊อค การ

หายใจลำบาก ไตวาย หัวใจทำงานผิดปกติ รวมถึงความผิดปกติของกระบวนการแข็งตัวของเลือดและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่ตามมา

การป้องกัน


- สุนัขที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เป็นโรคหัวใจ อ้วน อายุมาก หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ ควรให้อยู่ในที่เย็นสบายและอยู่ในร่ม/บ้าน เพราะกิจกรรมปกติของสุนัขก็มีโอกาสเสี่ยงสูงอยู่แล้ว

- ต้องตั้งน้ำให้มีกินเพียงพอตลอดเวลา เพื่อป้องกันภาวะแห้งน้ำ

- ไม่เอาสุนัขไว้ในรถแม้จะออกไปไม่นานและจอดไว้ในร่มก็ตาม เพราะอุณหภูมิในรถสามารถเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

- สุนัขที่เลี้ยงอยู่นอกตัวบ้านนั้นควรจัดสถานที่เลี้ยงให้มีที่ร่มไว้หลบแดดได้ด้วย และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความร้อนสูง เช่น ทราย หรือพื้นคอนกรีต

- ในวันที่อากาศร้อนควรลดการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเป็นเวลานานๆ เพราะร่างกายสุนัขจะเกิดความร้อนสูงและระบายความร้อนได้ไม่ทัน

- ไม่ใส่อุปกรณ์ที่ใช้ปิดปาก (Muzzle) ให้กับสุนัข เพราะจะยิ่งทำให้สุนัขหอบหายใจเพื่อระบายความร้อนได้ลำบากมากยิ่งขึ้น

- อาบน้ำให้สุนัขหรือพาไปว่ายน้ำเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายในวันที่อากาศร้อนจัด

ระดับอุณหภูมิร่างกาย

ต่ำกว่าปกติ คือ น้อยกว่า 100 F
สูงกว่าปกติ คือ มากกว่า 100 F

ถ้าสูงกว่าปกติ ....

ระดับต่ำๆ คือ 102.5-103 F

ระดับปานกลาง คือ 103-105 F

ระดับรุนแรง คือ มากกว่า 105 F


เครดิต .. รพส.ประศุอาทร
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 

eXTReMe Tracker
ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 20th November 2019 - 04:00 AM
Beagle Gang - License by Beagle Gang
counter on tumblr