ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

6 หน้า V   1 2 3 > » 

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Nov 22 2012, 11:20 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


1. สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเวลาในการดูแลเค้า พาไปเดินเล่น + เล่นกับเค้า

2. ค่าตัดขน + แชมพูอาบน้ำ + อุปกรณ์เสริมสวยอื่นๆ = 2,000 บาท


3. ค่าบ้าน + ค่ากรง + เบาะนอน = 2,000 บาท


4. ค่าวัคซีนขวบปีแรก 1,000 - 1,500 บาท

ปีต่อๆ ไป ปีละ 300 - 400 บาท
ป้องกันพยาธิทุกเดือน = 40 - 300 บาท
ถ่ายพยาธิทุก 3 - 6 เดือน = 40 - 300 บาท/ครั้ง
กำจัดเห็บหมัดและปรสิตภายนอก = 100 - 400 บาท/ครั้ง
ค่าตรวจเลือด ค่าเอกซเรย์ เมื่อแก่ขึ้น = 1,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลเมื่อน้องหมาป่วย = 2,000+++ บาท

5. ค่าจิปาถะอื่นๆ อีก เช่น ค่ารองเท้าที่โดนกัน


6. ค่าอาหาร 70 - 200 บาท/กก แล้วแต่เกรด จะกินมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับขนาดตัวของ น้องหมา


7. ค่าของเล่น = เริ่มต้นที่ 10,000++ บาทขึ้นไป


8. ขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่จะเลี้ยง ราคาอยู่ที่ 1,500 - 30,000 บาท



ขอบคุณ ที่มา : dogclub.in.th
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #6453 · ตอบ : 1 · ชม : 8,603

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Sep 24 2012, 09:54 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


ทางการบินไทยขอเรียนให้ทราบเรื่องการเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง

- รับเฉพาะ สุนัขและแมวเท่านั้น สัตว์ประเภทอื่นต้องส่งเป็น cargo
- สัตว์เลี้ยงต้องเดินทางพร้อมเจ้าของ และ ต้องไม่มีกลิ่น,สุขภาพดีและไม่ตั้งท้อง
- น้ำหนักสัตว์เลี้ยงรวมกรงด้วยต้องไม่เกิน 10 กิโลกรัม
- กรงต้องมีถาดรองมูล และขนาดของกรงต้องไม่เกิน 55x37x30 เซนติเมตร
- สามารถใช้กระเป๋าสัตว์เลี้ยง(มาตราฐานเดียวกับกรง)ที่มีขนาดเหมาะสมให้สัตว์เคลื่อนไ
หว
ตัวได้สะดวก และป้องกันไม่ให้ส่วนต่างๆของสัตว์เลี้ยงยื่นออกมา
- ผู้โดยสาร 1ท่าน สามารถนำสัตว์เลี้ยงไปได้ 1ตัว โดยบรรจุ 1ตัว / 1กรง

ส่วนสุนัขหรือแมวที่ชั่งน้ำหนักพร้อมกรงแล้วมีน้ำหนักเกิน 10กิโลกรัมนั้น ไม่สามารถนำสัตว์เหล่านั้นขึ้นไปบนส่วน cabin ผู้โดยสารได้
เนื่อง จากไม่มีพื้นที่ว่างพอ ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จะนำสัตว์เหล่านั้นซึ่งเดินทางในเที่ยวบินเดียวกับผู้ โดยสารไปไว้ที่ baggage compartment
ซึ่งเป็นบริเวณที่ปรับอากาศ และจัดเป็นที่เฉพาะไว้สำหรับบรรจุสิ่งมีชีวิต และมีข้อห้ามสำหรับสุนัขพันธ์ pitbull terrier ไม่ให้นำขึ้นเครื่องด้วย
ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมนั้น จะคิดตามน้ำหนักของสัตว์เลี้ยง สำหรับเส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ อยู่ที่กิโลกรัมละ 39 บาทค่ะ
คุณ...... สามารถโทรเข้ามาเพื่อแจ้งข้อมูลของสัตว์เลี้ยง พร้อมเที่ยวบินที่เดินทางก่อนวันที่คุณจะเดินทางได้ที่ contact center หมายเลข
โทรศัพท์ 0-2356 1111 ตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5537 · ตอบ : 2 · ชม : 5,314

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Sep 24 2012, 09:53 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


*การบินไทย: สามารถสอบถามได้ที่ Call center: 0-2-356-1111 หรือ E-mail: contact@service.thaiairways.com
*การ บินไทย น้องหมา และน้องแมว ที่ใส่ตระกร้าเดินทางด้วย ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องไปกับผู้โดยสารได้ โดยไม่ต้องโหลด ทั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หลังจากแสดงความจำนง ณ เคาน์เตอร์เช็คอินในวันเดินทาง
บางกอก แอร์เวยส์: http://www.bangkokair.com/information-serv...dex.php?lang=en
นกแอร์: http://www.nokair.com/s1000_obj/contents/h.../pettravel.html
พีบีแอร์: http://www.pbair.com/en-TH/inside/product_...e/?pageid=44500
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5536 · ตอบ : 2 · ชม : 5,314

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Sep 24 2012, 09:52 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


นกแอร์อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงของคุณขึ้นเครื่องบินได้ โดยที่คุณต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
  • บริษัทฯ จะรับพิจารณาขนส่งเฉพาะสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว โดยที่ สัตว์ดังกล่าวต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีอันตราย สะอาด และ ไม่มีกลิ่น ทั้งนี้ ท่านมีหน้าที่ต้องจัดสัตวใส่ในกรง หรือ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ในกรณีที่เป็นสัตว์ตัวเมีย จะต้องไม่อยู่ในฤดูผสมพันธุ์ บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเพิ่มเติมข้อกำหนดอื่นๆ เกี่ยวกับการขนส่งในลักษณะนี้
  • บริษัทฯ ถือว่าสัตว์มีชีวิตและบรรจุภัณฑ์เป็นสัมภาระพิเศษซึ่งจะต้องเสียค่าขนส่ง 200 บาท/ตัว และอนุญาตให้มีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม (รวมบรรจุภัณฑ์) หากเกิน 15 กิโลกรัม จะต้องเสียค่าขนส่งเพิ่มอีก 200 บาท ทั้งนี้น้ำหนักสูงสุด ต้องไม่เกิน 30 กิโลกรัม (รวมบรรจุภัณฑ์) ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ จะต้องเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองว่าป้องกันการหลบหนี และ การขีดข่วนของสัตว์ได้ และจะต้องมีขนาดใหญ่พอเพียงให้สัตว์ยืนและนอนได้เหมาะสม ไม่แตกหักเสียหายและ เหมาะสมกับการขนส่งทางอากาศ
  • บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบในการตาย บาดเจ็บ ทุพพลภาพ เป็นโรค รวมทั้งอาการอื่นใดของสัตว์ที่เกิดขึ้นก่อน ระหว่าง หรือ หลังการขนส่ง
  • สุนัขนำทางซึ่งติดตามผู้โดยสารจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าขนส่ง บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเพิ่มเติมข้อกำหนดอื่นๆเกี่ยวกับการขนส่งในลักษณะนี้
  • ให้บริการในทุกเที่ยวบิน ยกเว้นเที่ยวบินที่ทำการบินโดยเครื่องบิน SAAB และ ATR (เส้นทางบุรีรัมย์ นครพนม สกลนคร เลย ร้อยเอ็ด แม่สอด น่าน และเชียงใหม่-อุดรธานี)
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5535 · ตอบ : 2 · ชม : 5,314

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Sep 21 2012, 09:34 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


QUOTE(Harry123 @ Sep 17 2012, 04:33 PM) *
น้องได้บ้านหรือยังค่ะ. สนใจค่ะ. ที่บ้านก้อมีบีเกิ้ลตัวผู้. อายุขวบครึ่งค่ะ. ตอนนี้กำลังมองหาเพื่อนและเจ้าสาวมาอยู่ด้วยค่ะ. ถ้ายังไงีบกวนโทรกลับเบอร์นี้นะค่ะ. 084-3600558. พรุ่งนี้เข้ากรุงเทพเผื่อแวะไปดผูน้องค่ะ


น้องมังคุดได้บ้านแล้วคร๊าาา
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5522 · ตอบ : 5 · ชม : 10,416

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Sep 21 2012, 09:19 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


ยินดีต้อนรับคร๊าาา
  ฟอรั่ม : เรื่องเล่าจากเหล่าสี่ขา · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5521 · ตอบ : 6 · ชม : 13,108

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Sep 4 2012, 08:41 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


ขอบคุณคร๊าา สำหรับมาแชร์ประสบการณ์ เคอฟิิวส์เก่งมากๆเลย (IMG:style_emoticons/default/TLC_21-20080502_yoyo.gif) (IMG:style_emoticons/default/TLC_21-20080502_yoyo.gif)
  ฟอรั่ม : เรื่องเล่าจากเหล่าสี่ขา · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5458 · ตอบ : 1 · ชม : 13,710

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Sep 3 2012, 11:42 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


คุณรู้จริงแค่ไหน? คำถามชวนสงสัยกับพฤติกรรมสุนัข
(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/123106416.gif) 1. รู้ไหมทำไมสุนัขจึงหาว


เพราะสุนัขเห็นคนที่หาวจึงหาวตาม เป็นการเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์นั่นเอง


(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/123106416.gif) 2. รู้ไหมทำไมสุนัขตัวผู้ถึงชอบให้คนเกาหน้าอกให้

เพราะในขณะที่สุนัขเพศผู้ร่วมรัก บริเวณหน้าอกจะถูไถไปกับบริเวณหลังของเพศเมียตลอดเวลา การเกาบริเวณอกจึงเหมือนเป็นการกระตุ้นให้เขาได้ระลึกถึงช่วงเวลาที่มีความ สุขอยู่นั่นเอง



(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/123106416.gif) 3. ทำไมเราจึงต้องสังเกตอารมณ์ของสุนัขด้วยการถูที่หาง


เพราะสุนัขไม่สามารถใช้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าแสดงอารมณ์ได้


(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/123106416.gif) 4. ทำไมสุนัขถึงเดินเป็นวงกลมก่อนถึงจะนอนลง

เพราะการเดินวนเป็นการประกาศอาณาเขตพื้นที่ที่ตัวเองมีอำนาจครอบครอง



(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/123106416.gif) 5. ทำไมสุนัขที่หลงทางถึงหาทางกลับบ้านได้

เพราะสุนัขมีสัญชาตณาณสัตว์ป่า ความหิวและอาหารเป็นแรงผลักดันให้หาทางกลับบ้านได้

(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/123106416.gif) 6. ทำไมสุนัขชอบนำกระดูกไปฝังดิน

เพราะสุัขได้รับการถ่ายทอดลักษณะนิสัยตามธรรมชาตินี้มาจากบรรพบุรุษนักล่า ที่ต้องการซุกซ่อนเหยื่อที่ล่ามาได้ไว้ในที่ปลอดภัย สำหรับกินในมื้อต่อไป


(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/123106416.gif) 7. ทำไมสุนัขตัวผู้ถึงยกขาฉี่


เพราะกลิ่นฉี่เป็นกลิ่นที่ใหม่กว่ากลิ่นที่ถูกปล่อยตามพื้นเพื่อเป็นการประกาศอาณาเข


(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/123106416.gif) 8. ทำไมสุนัขถึงต้องแลบลิ้นอยู่ตลอดเวลา

เพราะสุนัขไม่มีต่อมเหงื่อที่จะช่วยระบายความร้อนเหมือนมนุษย์











  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5455 · ตอบ : 1 · ชม : 4,377

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 10 2012, 08:59 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


รพ.สัตว์ในจ.กาญจนบุรี

เมืองกาญจน์รักษาสัตว์ 034-620908

คลินิกรุ่งทิพย์สัตวแพทย์ 034-521124 อ.เมือง

เพ็ทแคร์คลินิกรักษาสัตว์ 081-4333192 อ.เมือง

อวยชัยสัตวแพทย์ 034-624250 อ.เมือง



ขอบคุณข้อมูลจาก คุณPapazzie MooMee นะค่ะ (IMG:style_emoticons/default/cool.gif) (IMG:style_emoticons/default/cool.gif)
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5271 · ตอบ : 6 · ชม : 36,027

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 6 2012, 08:38 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


QUOTE(malakian @ Jul 6 2012, 10:10 AM) *
ไม่มีฟาร์มไหนรับบัตรเลยหรอ ว้าาาาา ไม่มีตังก้อนด้วยสิ



การเลี้ยงสุนัข รายจ่ายในการดูแลค่อนข้างเยอะนะค่ะ ต้องเตรียมการล่วงหน้าเผื่อค่าวัคซีน ค่ายา ค่าอาหารต่างๆ ด้วยนะค่ะ
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5264 · ตอบ : 17 · ชม : 82,839

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 6 2012, 09:03 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


การฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิ เมื่อได้ลูกสุนัขมาใหม่

เมื่อซื้อสุนัขมาแล้วให้นำไปฉีดวัคซีนทันที วัคซีนที่ต้องฉีดคือ วัคซีนป้องกันไข้หัดสุนัข วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบติดต่อ ปัจจุบันมีวัคซีนรวม ซึ่งสามารถป้องกันโรคได้ทั้ง 4 โรค คือ โรคตับอักเสบติดต่อ โรคเลปโตสไปโรซีส โรคไข้หัดสุนัข และโรคลำไส้อักเสบ

ทั้งนี้ หลังจากฉีดวัคซีนควรงดอาบน้ำเป็นเวลา 7 วัน เพราะการฉีดวัคซีนบางครั้งอาจจะทำให้สุนัขเกิดอาการไข้ และเมื่อฉีดวัคซีนครั้งแรกไปแล้ว 2 สัปดาห์ ให้นำสุนัขไปฉีดวัคซีนซ้ำอีกเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคให้สูงขึ้น

ร่างกายของสุนัขจะสร้างภูมิคุ้มกันสูงพอคุ้มโรคได้เมื่อได้รับการฉีดครั้ง ที่ 2 ส่วนวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ให้ฉีดเมื่อสุนัขอายุ 3 เดือน และฉีดซ้ำทุกปี

การถ่ายพยาธิ

การถ่ายพยาธิควรจะทำทันทีเมื่อซื้อสุนัขมาใหม่ เพราะสุนัขมักจะมีพยาธิ โดยเฉพาะพยาธิตัวกลมและพยาธิปากขอ ซึ่งพยาธิเหล่านี้จะอยู่ในลำไส้ของสุนัข และอาจเข้าสู่กระเพาะด้วย จะทำให้เกิดการแย่งอาหารจากสุนัข ทำให้สุนัขแคะแกร็น โตช้า อาจจะชัก และตายได้ในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนั้น พยาธิเหล่านี้สามารถถ่ายทอดผ่านรกจากแม่มาสู่ลูกในท้องได้

ทั้งนี้ เมื่อคลอดออกมาลูกสุนัขบางตัวอาจมีพยาธิตัวกลมอยู่ในลำไส้และเจริญเติบโต อย่างรวดเร็วพร้อมกับลูกสุนัข ทำให้ผอมแต่พุงโต ภายในลำไส้มีพยาธิเต็มไปหมด จนบางครั้งลำไส้อุดตันถึงกับทำให้ลูกสุนัขตายได้ ดังนั้น การถ่ายพยาธิให้กับลูกสุนัขจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก วิธีการถ่ายพยาธิที่ดีที่สุด คือการถ่ายพยาธิ 3 วันติดต่อกัน แล้วเว้นช่วงไป 15 วัน แล้วถ่ายพยาธิซ้ำอีก 3 วัน

หลังจากนั้นควรถ่ายพยาธิอย่างน้อยทุก 3 เดือน จะทำให้สุนัขปลอดพยาธิไปจนโต ส่วนพยาธิภายนอก ได้แก่ เห็บ หมัด และไร พบได้บ่อยๆ เช่นกัน การำจัดอาจทำได้โดยวิธีเก็บออกจากตัวสุนัขโดยตรง แล้วนำตัวดูดเลือดพวกนี้ไปแช่น้ำมัน อย่าบี้ให้แตก เพราะอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของไข่ได้

นอกจากนี้อาจใช้สารเคมี คือยาฆ่าเห็บชนิดต่างๆ โรยหรืออาบให้สุนัข และปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากอย่างเคร่งครัด โดยมากเมื่อสุนัขอายุเกิน 4 เดือนไปแล้ว มักจะเลี้ยงรอด ช่วงที่สุนัขตายง่ายที่สุดคือ ช่วงอายุ 2 เดือน ถึง 3 เดือน

โปรแกรมการฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิ

(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/1115583800.gif) 3-4 สัปดาห์ : ตรวจสุขภาพ และถ่ายพยาธิ

(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/1115583800.gif) 6-8 สัปดาห์ : ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ เลปโตสไปโรซิส โรคลำไส้อักเสบติดต่อ ตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิป้องกันพยาธิหัวใจ

(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/1115583800.gif) 8-10 สัปดาห์ : ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ เลปโตสไปโรซิส หวัด หลอดลมอักเสบติดต่อ และลำไส้อักเสบติดต่อ

(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/1115583800.gif) 12 สัปดาห์ : ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/1115583800.gif) ทุก 1 ปี : ฉีด วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฉีดวัคซีนรวม ป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ เลปโตสไปโรซิส หวัด หลอดลมอักเสบติดต่อ และลำไส้อักเสบติดต่อ

(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/1115583800.gif) การถ่ายพยาธิ : ควรถ่ายซ้ำอย่างน้อยทุก 3 เดือน

(IMG:http://img.kapook.com/image/icon/1115583800.gif) การคุมกำเนิด : ทำหมันเมื่อสุนัขอายุ 8 เดือน – 1 ปีขึ้นไป

  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5260 · ตอบ : 2 · ชม : 5,631

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 6 2012, 08:59 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


ฮีท

เมื่อสุนัขก้าวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ จะแสดงความพร้อมออกมา

ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ "ฮีท" นั้นเอง

ในสุนัขเพศเมีย จะเริ่มมี ฮีท ตั้งแต่ อายุประมาณ 6 เดือน

หากสุนัขมีสภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว จะเป็นฮีทปีละ 2 ครั้ง





แต่ละครั้งจะเป็นอยู่ประมาณ14-20วัน (นานจัง)

ซึ่งเราจะสามารถทำการผสมได้ในช่วงนี้

แต่โดยปกติแล้ว ฮีทแรกจะไม่นิยมผสม นัยว่ายังเร็วเกินไปนั่นเอง

เพราะสุนัขยังมีความเป็นเด็กอยู่มาก ยังเป็นวัยรุ่น

หากผสมแล้วลูกที่ได้จะไม่แข็งแรง ได้ลูกน้อย

และอาจถึงขั้นไม่ดีต่อสุขภาพของแม่สุนัขเองด้วย

การเตรียมพร้อมก่อนการผสมนั้น

ควรเริ่มตั้งแต่การเสาะหาพ่อพันธุ์ที่ดีในกรณีที่เรามีแม่พันธุ์อยู่แล้ว

การผสมควรคำนึงถึงลักษณะสายพันธุ์

โครงสร้างต่างๆ ต้องถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์


ฮีทปกติ. . . เมื่อเริ่มต้น อวัยวะเพศของน้องจะบวมเปล่ง



อาจจะมีน้ำที่ชมพูจาง ๆ ไหลออกมาจากอวัยวะเพศ



ในบางตัวอาจจะสีเข้ม แต่ไม่แดงมากนัก

เมื่อผ่านไปหลาย ๆ วันแล้วสีจะเข้มขึ้น

ทั่ว ๆ ในฮีทปกติบางคนอาจใช้วิธีดูสีฮีทที่จางลง


บางคนสังเกตุจากอวัยวะเพศที่เริ่มหดตัวลง บางคนนับวัน

บางคนก้อใช้สุนัขตัวผู้เทส หรือ ใช้วิธีเขี่ยหางบริเวณก้น

หากสุนัขพร้อมผสมพันธุ์จะเปิดหางขึ้น . . .

ฮีทขาวจะมีเลือดออกมาจากช่องคลอดน้อย ถึง ไม่มีเลย





กรณีที่มีอาจเป็นสีใส ๆ หรือ ชมพูอ่อน ๆ





นับวันผสมยากเนื่องจากไม่มีเลือดให้นับ ควรใช้วิธีเจาะเลือดตรวจหาฮอร์โมน

การดูแลและข้อควรระวังเมื่อสุนัขมีฮีท

การดูแล

ถ้าเป็นหมาขนาดเล็ก ก็จะไม่เลอะเทอะมาก

สมัยนี้มีกางเกงอนามัย หรือผ้าอ้อมอนามัยให้เลือกใช้

ใช้ผ้าอ้อมเหมือนแพมเพิร์สของเด็กใส่ให้ดสะดวกดี

มีรูสำหรับใส่หาง อึได้โดยไม่ต้องถอดผ้าอ้อมออก

ข้อควรระวัง

1. หมาตัวเมีย ฮีทแรกไม่ควรผสม

2. ถ้าเลี้ยงหลายตัว แล้วมีตัวผู้ ควรระวัง กระพริบตาเดียวได้เลี้ยงหลานแน่


3. จับแยก ตัวผู้จะน่าสงสารมากๆ เวลาได้กลิ่น


4. รักษาความสะอาด


เฮ้อ มีลูกสาวก็หนื่อยไปอีกแบบ ต้องคอยระวังกันทุกรูปแบบจริงๆนะคะ







ขอบคุณข้อมูลจากสัตว์เลี้ยงแสนรักคร๊าาา


  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5258 · ตอบ : 1 · ชม : 4,130

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 5 2012, 11:20 AM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


(IMG:style_emoticons/default/TLC_9-20080502_yoyo.gif) (IMG:style_emoticons/default/TLC_9-20080502_yoyo.gif) (IMG:style_emoticons/default/TLC_9-20080502_yoyo.gif)
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5253 · ตอบ : 10 · ชม : 17,362

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 3 2012, 01:17 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


QUOTE(Stoony @ Jul 3 2012, 01:02 PM) *
เสื้อ คอวี ไซด์ s = 1 ตัว


ถ้าไม่มีคอวีก็เป็นคอกลมได้ค่ะ ไซต์ s


รุ่นนี้หมดแล้วนะค่ะ จะมีรุ่นของปี2012 ตามลิงค์นี้เลยนะค่ะ
http://beaglegang.com/board/index.php?show...60&start=60
  ฟอรั่ม : Beagle Gang Market · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5248 · ตอบ : 278 · ชม : 413,969

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:40 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


~ อาหารเป็นพิษ! ~ (ต่อสุนัข)
1. ชา กาแฟ มีคาเฟอีน และน้ำตาล

  • อาจจะทำให้เกิดอาการคล้ายๆ กับการกินช็อคโกแล็ต
2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • ทำให้เกิดอาการได้รับสารพิษมากเกินไป เข้าขั้นโคม่าและตายได้
3. ยาสูบ

  • ทำให้น้ำลายฟูมปาก คลื่นไส้ อาเจียน ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
4. อาหารทารกสำเร็จรูป

  • มักมีส่วนผสมของหัวหอมที่เป็นพิษกับสุนัข และถ้ากินมากๆอาจอยู่ในภาวะขาดสารอาหารได้
5. น้ำมันสกัดจากผลไม้ชนิดส้ม

  • ทำให้เกิดการอาเจียน
6. อาหารแมว

  • มีโปรตีน และไขมันมากเกินไปสำหรับสุนัข
7. วิตามินที่มีธาตุเหล็ก (ของคน)

  • ทำลายเนื้อเยื่อของระบบย่อยอาหารและเป็นพิษต่อตับ และไต
8. ตับ (ในปริมาณมาก)

  • ทำให้เกิดวิตามินเอเป็นพิษ ส่งผลกับกล้ามเนื้อ และกระดูก
9. ไข่ดิบ

  • มีสาร Avidin ที่ลดการซึมซับไบโอติน (วิตามินบีชนิดหนึ่ง) และทำให้เกิดผลเสียต ่อขนและผิวหนัง
10. ปลาดิบ

  • ทำให้เกิดการขาดวิตามินบี Thiamine และไม่อยากอาหาร ชักหรือในกรณีที่ซีเรียสมากอาจถึงตายได้
11. ของหวาน

  • ทำให้อ้วนผิดปกติ มีปัญหาโรคในปาก เป็นเบาหวานได้
12. นม และผลิตภัณฑ์จากนม

  • สุนัขส่วนใหญ่ไม่มีเอนไซม์ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมวัวมากพอ ซึ่งจะทำให้เกิดท้องเสีย
ควรใช้นมสุนัขที่ไม่มีแลคโตส

13. เกลือ

  • ถ้ากินมากเพราะจะมีผลต่อไต
แหล่งที่มา: blog.fukduk.tv
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5243 · ตอบ : 4 · ชม : 9,523

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:40 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


~ ผัก-ผลไม้ ต้องห้าม! ~ (ต่อสุนัข)
1. ก้าน ใบ เมล็ด ของ แอปเปิ้ล อัลมอนด์ แอปริคอต พีช เชอรรี่ป่า ลูกพลัม ลูกแพร์ ลูกพรุน และผลไม้ที่คล้ายๆ กัน

  • จะทำให้เกิดอาการท้องร่วง อาเจียน ปวดท้องโดยเมล็ดของผลไม้เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีไซยาไนด์ ซึ่งเป็นพิษทั้งกับคน และน้องหมา
2. อโวคาโด ทั้งผล เมล็ด ลำต้น

  • จะเป็นพิษกับสุนัขทั้งหมด เป็นสาเหตุให้หายใจลำบากน้ำท่วมปอด เจ็บหน้าอก ปวดท้อง
3. บลอคโคลี่

  • ทำให้เกิดแก๊สในท้องจำนวนมาก
4. เชอร์รี่

  • ทำให้หายใจเร็ว ช็อค ปากบวมเห่อ อัตราการเต้นขอวหัวใจเร็วขึ้น
5. เห็ด

  • จะทำให้อาหารไม่ย่อย มีผลในการทำลายต่อตับไต เกิดอาการ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจีนน
6. ลูกจันทน์

  • จะเกิดอาการใจสั่น หรืออาจเกิดอาการลมชักอย่างปัจจุบันทันด่วน และตาย
7. องุ่น ลูกเกด ลูกพรุน

  • ทำให้ไตล้มเหลว ถึงตายได้แม้องุ่นเพียงนิดเดียว
8. ถั่วแมคคาดาเมีย

  • จะทำให้กล้ามเนื้อสุนัขอ่อนแรง เกิดความหดหู่อาเจียน การไม่ประสานกัน ใจสั่น เป็นไข้ ปวดเกร็งท้อง อาการเพลียของกล้ามเนื้อโดยจะส่งผลกับขาหลังของสุนัขมากกว่าขาหน้า บางทีขาหลังอาจเป็นหนักถึงอัมพาต อาการเหล่านี้จะหายไปหลังจากกินถั่วนี้ไปแล้ว 72 ชั่วโมง
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5242 · ตอบ : 4 · ชม : 9,523

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:39 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


เคยทราบหรือไม่ว่า “ช็อคโกแล็ต” เป็นขนมต้องห้ามสำหรับน้องหมา และเพราะอะไรล่ะน้องหมาถึงกินไม่ได้? ไม่ได้มีเพียงแค่ ช็อคโกแล็ต เท่านั้น.. ที่เป็นของต้องห้ามของน้องหมา แต่ก็ยังมีอาหารอีกหลายๆอย่าง รวมถึงผัก-ผลไม้บ้างชนิดด้วยที่สำหรับคนอย่างเราๆ ทานแล้วมีประโยชน์ แต่สำหรับน้องหมานั้นกินแล้วโทษอาจถึงตายได้

สำหรับอาหารต้องห้าม 3 อย่างของน้องหมา ที่ห้ามเด็ดขาด (อัตรายอย่างมาก!)

1.) กระดูกไก่ – ก้างปลา – หางกุ้ง


โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น พุดเดิ้ล ชิสุ ชิวาว่า เป็นต้น แน่นอนว่า..กระดูกไก่
นั้นเป็นของชอบของน้องหมา ตะคุบทุกครั้ง เมื่อเจ้ายื่นมันให้ แต่มันอาจเป็นต้นเหตุ
ทำให้น้องหมาตาย! เพราะ กระดูกไก่ – ก้างปลา – หางกุ้ง อาจแตกหักระหว่างที่
สุนัขขบเคี้ยวเกิดเป็นมุมแหลม และความแหลมนี่เองอาจทิ่มแทงคอ
หรือลำไส้ของน้องหมาได้

2.) หัวหอม และกระเทียม


สองอย่างนี้มีกลิ่นฉุนอยู่ในตัว โดยส่วนใหญ่น้องหมาจะไม่ชอบกลิ่นฉุนๆอยู่แล้ว
แต่สำหรับเจ้าตูบบ้างตัวนั้นอาจชอบ อย่างไรก็ตามถึงเค้าจะชอบกิน ก็ควรเลี่ยงไม่ให้
น้องหมากิน เพราะหัวหอม และกระเทียม มีส่วนประกอบของกำมะถันอยู่มาก
เนื่องจากว่า สารกำมะถันนี้จะทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงของเจ้าสุนัข
จะทำให้โรคโลหิตจาง และโรคเลือดไหลไม่หยุดได้
จึงไม่เหมาะแก่การผสมในอาหารให้กับเจ้าตูบ

3.) ช็อคโกแล็ต


หากเพื่อนๆคนไหนเคยให้ “ช็อคโกแล็ต” น้องหมากิน หยุด! ให้อีกต่อไป
เพราะสาร theobromine ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับ สารพวก caffeine (ซึ่งมีในพวกกาแฟ โกโก้)
จะเป็นตัวทำอันตรายต่อน้องหมา ถ้าได้รับในปริมาณมากจะทำให้เกิดลมชักตายได้
ซึ่งสารตัวนี้จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ถ้ากินมากๆอาจถึงขั้นเป็นพิษได้
จะทำให้เกิด อาการ อาเจียน ท้องเสีย หายใจถี่ ฉี่บ่อย กระวนกระวาย และในที่สุดก็ถึงตายได้

ส่วนปริมาณสาร theobromine เท่าใดจึงเป็นอันตรายต่อน้องหมา เป็นดังนี้

  • ไวท์ช็อค White chocolate: ถ้าน้องหมาน้ำหนัก 20 ปอนด์ ต้องทานไวท์ช็อค 250 ปอนด์จึงเป็นพิษ
  • ช็อคโกแล็ตนม Milk chocolate: ถ้าน้องหมาน้ำหนัก 20 ปอนด์ กิน ช็อคโกแล็ตนม 1 ปอนด์ก็จะเป็นพิษ
  • Sweet cocoa: ถ้าน้องหมาน้ำหนัก 20 ปอนด์ กิน Sweet cocoa 3 ปอนด์ จะเป็นพิษ
  • ช็อคโกแล็ตอบ Baking chocolate: เพียง 2 ปอนด์ จะเป็นพิษกับน้องหมาน้ำหนัก 20 ปอนด์ (ทางที่ดีอย่าให้กินเลยดีที่สุด : ไม่เปลืองด้วย)
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5241 · ตอบ : 4 · ชม : 9,523

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:37 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


สมัยนี้เกือบทุกบ้านมักจะมีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะสุนัข ที่นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์
(The man best friend) บางบ้านมีเพียง 1-2 ตัว บางบ้านมีเป็นสิบ การมีตู้ยาประจำบ้านเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
ที่เราต้องนึกถึงถ้าหากเจ้าตัวน้อยของเราเกิดป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุตอนดึก ๆ เราคงต้องขับรถตระเวนหา
โรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชั่วโมง ที่มีอยู่ไม่ถึง 10 แห่ง กว่าจะปลุกหมอมาตรวจพอดีเช้าเสียก่อน ถ้าอย่าง
นั้นเรามาลองตระเตรียมตู้ยาประจำบ้าน สำหรับสุนัขกันบ้าง ซึ่งรายการของที่ต้องเตรียมก็สามารถหาได้
ไม่ยาก ดังต่อไปนี้

1. เกลือป่น (เกลือแกง)
ใช้ป้อนที่โคนลิ้น เพื่อกระตุ้นให้อาเจียร ใช้ในกรณีที่หมา ได้รับสารพิษ หรือกินสัตว์พิษ

2. เกลือแร่ผงชนิดละลายน้ำ (ORS)
ใช้ปฐมพยาบาลในกรณีท้องเสียหรือถ่ายท้อง

3. ปรอทวัดไข้ ชนิดสวนทวาร
วัด อุณหภูมิของสัตว์ทางทวาร สุนัขมีอุณหภูมิปกติ 102 F หากสุนัขช็อคหรืออุณหภูมิตก ต้องใช้
กระเป๋าน้ำร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ หรือ มีไข้ อาจต้องให้ยาลดไข้

4. น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution)
เป็นน้ำที่มีความเข้มข้นเท่าน้ำในร่างกาย ราคาประมาณ 20-40 บาท ใช้ล้างแผลให้สะอาด
โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างถูกทำลาย

5. แอลกอฮอล์
ใช้ฆ่าเชื้อโรค ต่อจากน้ำเกลือล้างแผล

6. ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือ เบตาดีน
ใช้ฆ่าเชื้อโรค และยังกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ

7. สำลี และผ้ากอซ
ใช้ซับและปิดแผล

8. น้ำยาเช็ดหู
ใช้ทำความสะอาดใบหู และช่องหู

9. ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล , ไอโปรบูเฟน , บูเฟน
ต้อง ระมัดระวังเพราะ แมว แพ้ พาราเซตามอลอย่างรุนแรง ส่วน ไอโปรบูเฟน หรือ บูเฟน ค่อนข้าง
ปลอดภัยมากขนาดที่ใช้คือ 200 mg หรือ จะใช้แบบน้ำเชื่อมก็ได้

10. ยาปฏิชีวนะ (วงกว้าง)
แอมพิซิลิน 250 mg ค่อนข้างออกฤทธิ์ได้ดีในโรคทางเดินหายใจ
ออกซีเตตร้าซัยคลิน 250 mg ใช้ดีกับบาดแผลทั่วไป ส่วนยาปฏิชีวนะอื่น ๆ ควรปรึกษาสัตวแพทย์

11. น้ำยาฆ่าเชื้อโรค
ใช้ผสมน้ำฆ่าเชื้อโรคตามพื้น หรือสิ่งรองนอน หรือล้างมือหากมีโรคระบาด เช่นลำไส้อักเสบติดต่อ ,
ไข้หัดสุนัข

รายการข้างบนเจ้าของสุนัขลองพิจารณา และ ลองจัดหามาติดบ้านไว้บ้างเพื่อช่วยปฐมพยาบาลสุนัขในยามฉุกเฉิน

เพิ่มเติม
- ใช้น้ำมันพืชหรือไข่ขาวเพื่อให้อาเจียนก็ได้เหมือนกัน
- กรณีฉุกเฉินไม่สามารถหาน้ำเกลือแร่ได้ น้ำแดงผสมน้ำสามารถให้แทนสารเกลือแร่ได้
เวลาน้องหมาช๊อค หรือ อ้วก จะช่วยให้น้องหมาสดชื่นได้

ขอบคุณที่มา : http://www.thaipomeranian.com/board/index....topic=91.msg637

  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5240 · ตอบ : 1 · ชม : 4,270

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:33 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


1. พาน้องหมาออกกำลังกายจนเหนื่อย

2. เปิดประตูกรงไว้ เอาอาหารล่อที่จมูกน้องหมาแต่ยังไม่ให้กิน แล้วให้น้องหมาดมตามอาหาร
เพื่อเดินเข้าไปในกรงเอง เน้นว่า น้องหมาเดินเข้าไปเอง เราห้ามอุ้มหรือฝืนเขา

3. พอน้องหมาเข้ากรงได้เรียบร้อย รอสักพัก แล้วให้อาหารชิ้นนั้นแก่น้องหมา อย่าเพิ่งปิดกรง

4. เรียกน้องหมาออกมาจากกรง แล้วทำซ้ำข้อ 2-3 จนน้องหมาเดินเข้ากรงเองจนคล่อง แล้วค่อย
ลดอาหารลง เช่น เข้า 4 รอบแล้วให้อาหารสักที

5. คราวนี้พอน้องหมาเข้าไปในกรงได้เอง รอสักพัก ในน้องหมาสงบจริงๆ แล้วค่อยปิดประตูกรง
รอสัก 4 วินาที แล้วเปิดกรง แล้วให้อาหารน้องหมาเป็นรางวัล

6. ครั้งต่อไปปิดประตูกรงนานขึ้น ค่อยๆเพิ่มเวลาทีละน้อย ให้เขาฝึกความทนรอในกรงอย่างสงบ

7. แล้วก็พักการฝึก พาน้องหมาออกจากกรง ไปเล่นหรือไปทำอย่างอื่น หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง
มาลองใหม่

8. ครั้งนี้ลองปิดกรงให้นานขึ้น ถ้าน้องหมารอในกรงอย่างสงบก็เปิดประตูกรงแล้วให้รางวัล

9. ครั้งต่อๆไปก็ไม่ต้องให้อาหารน้องหมาอีกต่อไป แล้วค่อยๆให้อยู่ในกรงแล้วปิดประตูให้นานขึ้น
มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในกรงได้อย่างสงบ

*** อาหารที่ใช้ในการฝึก ควรเป็นชิ้นเล็กจิ๋ว น้องหมาจะได้ไม่อิ่ม*****

หมายเหตุ: การอยู่ในกรงคือสถานที่พักผ่อนที่มีความสุข ปลอดภัย สงบ ไม่ใช่สถานที่สำหรับ
กักขังหรือทำโทษอาจเอาของเล่นน้องหมาใส่ไปในกรงสักชิ้น หรือ ลองให้เขากินอาหารในกรง
เพื่อเชื่อมโยงการอยู่กรงกับสิ่งเชิงบวก

ต้องอาศัยความอดทนและค่อยเป็นค่อยไปคะ ห้ามโมโห ห้ามรีบ บางตัวฝึกวันเดียวก็ได้เลย
บางตัวก็ใช้หลายวัน บางตัวก็ไม่ต้องใช้อาหารล่อเลย ขึ้นอยู่กับความดื้อของน้องหมาแต่ละตัว



ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก คุณ Yoja&Jiji
  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5239 · ตอบ : 1 · ชม : 3,971

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:31 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


3. วิธีจัดการเห็บหมัดบนตัวสุนัขด้วยยาฉีดหรือยาหยด

- อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ ยาหยดซึ่งอาจหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือจากร้านสัตวแพทย์ แต่ถ้าหากเป็นยาฉีดอาจจะซื้อมาฉีดให้สุนัขด้วยตัวเองหรืออาจนำสุนัขไปฉีดที่ คลีนิคหรือโรงพยาบาลสัตว์ก็ได้คะ

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/3.1.jpg)

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/3.2.jpg)

- วิธีการในการหยดยานั้นง่ายมากๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยจะทำหลังจากที่อาบน้ำให้สุนัขแล้ว ประมาณ 3-4 วัน โดยจะหยดยาที่บริเวณกลางหลัง (บางยี่ห้ออาจจะระบุให้หยดในบริเวณอุ้งเท้าหรือปลายหางเพิ่ม) เมื่อหยดยาแล้วจะต้องงดการอาบน้ำและแปรงขน อย่างน้อย 3 – 7 วัน เพื่อให้ยาสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

หมายเหตุ : ปริมาณยาที่หยดให้สุนัขต้องเหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักตัวของสุนัข โดยอ่านจากฉลากยาค่ะ

4. วิธีจัดการเห็บหมัดบนตัวสุนัขด้วยการทำความสะอาดบริเวณบ้านและที่อยู่อาศัย

- อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ ยาอะมิทราซ (Amitraz)

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/4.1.jpg) (IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/4.2-300x300.jpg) - วิธีการ คือ ผสมน้ำกับยาอะมิทราซ (Amitraz) ในอัตรา 1:10 (หรือ 1:20 ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงอาจจะเลีย) นำไปราดบริเวณสนามหญ้า พื้นซีเมนต์ หรือใส่กระบอกฉีดน้ำ ฉีดพ่นบริเวณกรงที่อยู่อาศัยของน้องหมา ตามซอกมุมบ้าน และบริเวณที่เห็บหมัดอาจจะอาศัยอยู่ให้ทั่ว

หมายเหตุ : เวลาใช้ยาควรสวมถุงมือด้วยนะจ๊ะ

5. วิธีจัดการเห็บหมัดบนตัวสุนัขด้วยการให้สุนัขกินยาถ่ายพยาธิ

- อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ ยาถ่ายพยาธิ หาซื้อได้ตามร้านเพ็ดช๊อปทั่วไป หรือ คลีนิคสัตวแพทย์

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/5.1.jpg)

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/5.2.jpg) - วิธีการ คือ จะให้สุนัขกินยาถ่ายพยาธิเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง หรืออย่างน้อย 3 เดือน / ครั้ง

จากทุกข้อที่ยกตัวอย่างมานั่น จะเห็นได้ว่าทุกๆวิธี เป็นเพียงการป้องกันและกำจัดเห็บหมัดสุนัขโดยผู้เป็นเจ้าของสุนัข ซึ่งนั่นก็หมายความว่าน้องหมาของเรา ไม่สามารถป้องกันและจัดการกับเจ้าตัวร้ายเหล่านั้นได้เอง มีเพียงผู้เป็นเจ้าของเท่านั้นที่จะสามารถดูแล และจัดการป้องกันน้องหมาให้ปลอดภัยและห่างไกลจากเห็บหมัดได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่เลี้ยงสุนัขทุกท่านจึงจำเป็นต้องดูแล และใส่ใจปกป้องพวกเขาด้วยนะค่ะ ^ ^




ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากปุกปุยคลับค่ะ


  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5238 · ตอบ : 2 · ชม : 5,964

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:30 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


อีกหนึ่งปัญหาที่เป็นเรื่องน่าปวดหัวของผู้เลี้ยงสุนัข นั่นก็คือ เห็บและหมัด โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่มีสภาพอากาศ ร้อนชื้น ท่านเจ้าของน้องหมาอาจจะได้เจอกับเจ้าตัวกลมๆเล็กๆ เต็มตัวน้องหมาไปหมดเลย วันนี้ทางปุกปุยคลับมีวิธีดีๆ ในการจัดการกับบรรดาเห็บ,หมัดเจ้าปัญหาเหล่านี้ รวมถึงพวกพยาธิภายนอก(พวกเหลือบ,ริ้น,ไร) มาเล่าให้ฟังกันคะ ก่อนอื่นเลยเราต้องรู้ด้วยว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ทำให้เห็บหมัดพวกนี้ มีปริมาณเพิ่มขึ้น ปัจจัยต่างๆอาจจะได้แก่ ตัวสุนัข สภาพแวดล้อมที่สุนัขเหล่านั้นอยู่ อย่างเช่น สนามหญ้าหลังบ้าน พื้นที่บริเวณกรงสุนัข หรืออาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆที่คลุกคลีเล่นกับสัตว์เลี้ยงของเรา เหล่านี้ก็เป็นปัจจัยที่มีผลต่อปริมารเห็บหมัดเช่นกันคะ

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/0.1-150x150.jpg) (IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/0.2-150x150.jpg) วิธีกำจัดเห็บและหมัดมีหลายวิธีด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

1. วิธีจัดการเห็บหมัดบนตัวสุนัขด้วยตัวเอง

- อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ มือ ถุงมือ แหนบ น้ำมันก๊าด น้ำละลายผงซักฟอก น้ำมันสน หรือทินเนอร์ (เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ที่ขาดไม่ได้คือมือ)

- วิธีการเริ่มต้นด้วยการค้นหาและจับตัว

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/1.1.jpg)

- เมื่อจับได้ให้โยนใส่น้ำมันก๊าด น้ำมันสน ทินเนอร์ หรือน้ำละลายผงซักฟอก

(โยนเจ้าเห็บหรือหมัดน่ะคะ ไม่ใช่น้องหมา อิอิ)

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/1.2.jpg)

หมายเหตุ : อย่าฆ่าด้วยการบี้มันเด็ดขาด เพราะนั่นเป็นการสนับสนุนให้ไข่แตกและลูกหลานของมันจะเพิ่มปริมาณขึ้นหลายเท่าตัว

2. วิธีจัดการเห็บหมัดบนตัวสุนัขด้วยผลิตภัณฑ์สูตรป้องกันและกำจัดเห็บหมัด

- อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ ผลิตภัณฑ์สูตรป้องกันและกำจัดเห็บหมัด เช่น แชมพู น้ำยา แป้ง สเปรย์ ปลอกคอ และอื่นๆ โดย จะเลือกใช้อย่างเดียว หรือใช้ร่วมกันหลายอย่างก็ได้

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/2.1-150x150.jpg) (IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/2.2.jpg) (IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/10/2.3.jpg) - วิธีการสำหรับขั้นตอนนี้ จะเริ่มต้นด้วยการอาบน้ำสุนัขด้วยแชมพูกำจัดเห็บหมัด หรือชโลมตัวสุนัขด้วยน้ำผสมน้ำยากำจัดเห็บหมัด ค้างไว้ 10-15นาที แล้วล้างน้ำออกให้สะอาด

- จากนั้นเช็ดและเป่าด้วยไดร์ ไดร์ขนให้แห้ง แล้วโรยด้วยแป้งกำจัดเห็บหมัด หรือฉีดพ่นด้วยสเปรย์สูตรกำจัดเห็บหมัด

หมายเหตุ : หากต้องการป้องกันเพิ่มอีกขั้นตอน ก็อาจจะเลือกใช้ปลอกคอสูตรป้องกันเห็บหมัดควบคู่กันไปก็ได้คะ

  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5237 · ตอบ : 2 · ชม : 5,964

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:26 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


เมื่ออากาศภายนอกร้อน จะทำให้อุณหภูมิร่างกายของสุนัขก็จะสูงตามไปด้วย ภาวะที่อุณหภูมิของ
ร่างกายสุนัขสูงเกินไป ทางสัตวแพทย์เขาเรียกว่า Heatstroke

โดยปกติอุณหภูมิสุนัข จะอยู่ที่ประมาณ 99.5 – 102.5 ฟาเรนไฮต์หรือประมาณ 38-39 องศาเซนเซียน
แต่ถ้าเป็น Heatstroke นั้นอุณหภูมิจะ สูงมาก คือ มากกว่า 104 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ มากกว่า
40 องศาเซนเซียน (ต้องเป็นภาวะ ที่อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นเนื่องจากอากาศ ไม่ใช่สูงขึ้นเนื่องจาก
การติดเชื่อในร่างกาย)




สาเหตุ

เกิดจากร่างกายปรับระบบความร้อนไม่ทันพบบ่อยในประเทศแถบร้อนชื้น เช่น ประเทศไทย
อาการ Heatstroke พบได้ในสุนัขทุกสายพันธุ์แต่จะพบมากในหมาที่มีขนยาวสุนัขพันธุ์หน้าสั้น
สุนัขอ้วน สุนัขที่ถูกกักขังไว้ในรถขณะที่เจ้าของออกไปช็อคปิ้ง สุนัขที่ออกกำลังกายหรือวิ่งมากๆ
เป็นเวลานาน สุนัขที่ถูกเป่าขนโดยใช้ไอความร้อน หรือสุนัขที่เป็นโรคประจำตัวบางชนิด เช่น
โรคไทรอยด์ โรคระบบทางเดินหายใจสวนต้น โรคหัวใจ โรคทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ
และอาจพบได้ในสุนัขที่ได้รับสารพิษซึ่งทำให้เกิดอาการชักจนอุณหภูมิของร่างกาย สูงเกินไป
เมื่อร่างกายอุณหภูมิสูงมากๆจะเป็นอันตรายต่อส่วนต่างๆของร่างกายอวัยวะที่ได้รับผลก
ระทบ ได้แก่

1. ระบบประสาท ทำให้เซลล์ประสาทถูกทำลาย มีเลือดออกที่สมอง
2. ระบบหัวใจและหลอดเลือด จะทำให้หัวใจเต้นไม่ค่อยเป็นจังหวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
และตายในที่สุด
3. ระบบทางเดินอาหาร จะทำให้เยื่อบุลำไส้ขาดเลือดและเป็นแผล แบคทีเรียเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น
จนทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
4. ระบบตับและท่อน้ำดี จะทำให้เซลล์ตับตาย
5. ระบบขับถ่ายปัสสาวะ จะทำให้เกิดโรครายแรงเฉียบพลันได้
6. ระบบเลือด น้ำเหลืองและภูมิคุ้มกัน จะทำให้เลือดเข้มข้นเกินไป เกล็ดเลือดต่ำ และทำให้
เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
7. ระบบกล้ามเนื้อ จะทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ




อาการ

หอบ น้ำลายไหลเยอะมาก อุณหภูมิร่างกายสูง เหงือกแดงมาก หัวใจเต้นเร็ว รัวและไม่ค่อยเป็นจังหวะ
บางตัวมีอาการช็อก หายใจลำบาก อาเจียนออกมามีเลือดปนถ่ายเป็นเลือดสดๆหรืออุจจาระมีสีดำ
มีจุดเลือดออกตามร่างกาย มีอาการชักกล้านเนื้อกระตุก ไม่ฉี่เลยหรือฉี่น้อยบางตัวมีอาการรุนแรง
อาจจะหยุดหายใจ และตายในที่สุด

(IMG:http://www.pukpuiclub.com/wp-content/uploads/2009/11/Heat-stroke-2.jpg)

การปฐมพยาบาล

สิ่งที่เจ้าของทำได้ก่อนนำหมาส่งสัตวแพทย์คือการลดอุณหภูมิของร่างกายลงโดย นำน้ำมาชโลมให้ทั่วตัว
หรือทำให้หมาชุ่มน้ำหรืออาจจะใช้สารระเหยที่ทำให้เกิด ความเย็น เช่นแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณอุ้มเท้า ใต้
รักแร้และบริเวณขาหนีบ วัดอุณหภูมิ เป็นระยะๆอาจเปิดพัดลมเพื่อช่วยถ่ายเทความร้อนเมื่ออุณหภูมิมาจน
ถึง 103 องศาฟาเรนไฮต์ ต้องหยุดการลดอุณหภูมิเพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิต่ำเกินไป

ถ้าสุนัขบางตัวไม่หายใจ เจ้าของจำเป็นต้องช่วยผายปอดตามความเหมาะสมแล้วรีบนำส่งสัตวแพทย์ทันที

  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5236 · ตอบ : 1 · ชม : 3,694

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:23 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


คุณรู้สึกคุ้นเคยกับเหตุการณ์เหล่านี้ไหม

Version มนุษย์

รับลูกสุนัขมาวันแรก อุ้มตลอดเวลาตั้งแต่เจอหน้าเขาวันแรก อุ้มบนตักตลอดตอนอยู่ในรถ กลับมาถึงบ้านก็อุ้ม พูดเสียงเล็กๆ ชวนตื่นเต้นตลอด สมาชิกทุกคนในบ้าน เฮโลกันมาอุ้ม ลูบหัว ชวนเล่น วิ่งเล่นทั่วบ้าน วุ่นวาย อย่างกับมีปาร์ตี้ ให้ความรัก อยู่ใกล้ชิดตลอด พูดคุยด้วยตลอด พอตกค่ำก็จับลูกหมายัดใส่กรง เอาบอล เอาที่นอนใส่ไว้ในกรง ลูบหัว พูดปลอบโยนลูกหมา แล้วกล่าว Good Night! ปิด กรง ปิดไฟ ทุกคนขึ้นบ้าน ทุกอย่างเงียบสงบ เหตุการณ์ตอนกลางคืน ช่างต่างกับตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง และแล้ว หงิง งงงงง หงิง งงงง โฮ่งงงงง งงง หงิงงง งงงง(ลูกหมาร้อง) จนถึงเช้า

Version ลูกหมา

ใครจะทนได้ ทั้งวันมีคนพร้อมหน้า มีแต่คนเอาอกเอาใจ โดนโอ๋ โดนตามใจตลอดเวลา เวลาหลับก็โดนจับขึ้นมาอุ้ม แต่ในพริบตาเดียวทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ฉันถูกขังในที่แคบๆ ต้องอยู่ตัวเดียวในคุก กลิ่นก็ไม่คุ้น ไม่มีแม่ ไม่มีพี่น้องอยู่ด้วย พวกมนุษย์ที่คอยรับใช้ฉันก็หายไปไหนแล้ว ตอนนี้ฉันอยากจะออกไป ฉันทนไม่ได้ ฉันต้องการผู้รับใช้ คนที่คอยบริการฉันตลอดเวลา ช่วยด้วย หงิงงงง งงงงง โฮ่งงงงง บ็อกกกกก หงิงง งงงง

วิธีแก้

เทคนิคง่ายๆ เพียง 3 ข้อสุนัขก็จะไม่ร้องตอนกลางคืน

สุนัขต้อง ….
1. เหนื่อย สงบ
2. ท้องอิ่ม
3. คุ้นเคยกับกรง

…….ก่อนพาเข้านอน สุนัขมีแนวโน้มจะหลับ และไม่วุ่นวาย ไม่ร้อง ตอนกลางคืน

- รับสุนัขช่วงบ่าย พอกลับมาบ้านก็บ่ายแก่ๆ เป็นช่วงที่ลูกหมาเหนื่อยมาทั้งวัน พร้อมจะพักผ่อน หิว และ จะยอมรับกับสถานการณ์ต่างๆได้ง่ายขึ้น แล้วพร้อมจะเข้านอน

- เมื่อมาถึงบ้าน อย่าเพิ่งให้ความสนใจลูกสุนัขมาก ไม่ต้องพูดอะไรมาก ไม่ต้องอุ้ม ไม่ต้องลูบหัว ลูบตัวบ่อย มาวันแรก สอนให้เรียนรู้กฎของบ้าน พาเดิน พาแนะนำบ้าน ฝึกให้คุ้นเคยกับกรง

- เมื่อลูกสุนัขเริ่มเหนื่อย เอาอาหารให้กิน เอาน้ำให้กิน พาขับถ่าย และ พาเข้ากรง (ตอนนี้ลูกสุนัขเริ่มคุ้นเคยกับกรงแล้ว )

- ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น เปิดกรงไว้ก่อนตอนแรก รอจนกว่าลูกสุนัขจะนั่ง หมอบอย่างสงบ ไม่พยายามจะตามเราออกมาจากกรง ถึงจะปิดกรง เป็นอันเสร็จพิธี

การที่เราไม่ให้ความสนใจมาก ไม่ต้องพูดมาก ทำให้ลูกสุนัขไม่รู้สึกขาด หรือรู้สึกแตกต่างมากเมื่อต้องอยู่ตัวเดียวตอนกลางคืน

จำไว้ว่า ลูกสุนัขยังกลั้นฉี่ ไม่เก่ง ควรเปิดกรงพาออกมาฉี่กลางดึก และตอนเช้าตรู่ ทางที่ดีพาออกมาฉี่ก่อนเขาจะฉี่ในกรง เพื่อป้องกันนิสัยขับถ่ายในกรง และ กันนิสัยเห่าเรียกเจ้าของเพื่อเปิดกรงให้เขาออกไปฉี่

วันแรกเขาไม่ ร้อง วันต่อไปก็ไม่ร้อง และ ยังเขายังสามารถอยู่ในกรงได้เมื่อเราต้องออกไปข้างนอก ไม่เห่ารบกวนชาวบ้าน และ จะไม่เกิดปัญหา Separation Anxiety (อยู่ตัวเดียวไม่ได้) อีกด้วย

  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5235 · ตอบ : 1 · ชม : 4,560

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:22 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


คงไม่ดีแน่ ๆ หากน้องหมาของคุณชอบที่จะส่งเสียงเห่าหอนอยู่เป็นประจำ เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญให้เจ้าของแล้ว ยังอาจกระทบกระเทือนไปถึงบ้านใกล้เรือนเคียงจนกลายเป็นปมปัญหามองหน้ากันไม่ ติดก็เป็นได้

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากคิดจะแก้ไขพฤติกรรมชอบหอน งั้นลองมาดูกันว่า การหอนของน้องหมามาจากสาเหตุได้บ้าง



ความเหงา สังเกต ได้ว่าสุนัขที่อยู่บ้านเพียงลำพังตัวเดียวนาน ๆ จะชอบหอน หรือหอนมากกว่าสุนัขที่ร่าเริง อันเนื่องมาจากความเหงาและความกลัวนั่นเอง

สภาพแวดล้อม อาจเป็นไปได้ว่า การเริ่มต้นของเขาถูกสนับสนุนจากเจ้าของโดยไม่รู้ตัว ทำให้น้องหมาเข้าใจผิดไปว่าการเห่าหอนเช่นนี้เป็นพฤติกรรมที่ดี เช่น เมื่อเขาหอนแล้วคุณปล่อยเขาออกนอกบ้าน อาจด้วยความรำคาญหรืออื่นใดก็ตาม น้องหมาก็จะจดจำจนติดเป็นนิสัย

การไม่ได้ออกกำลังกาย สุนัขที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอทำให้พวกเขาเลือกที่ปลด ปล่อยพลังบางส่วนด้วยการเห่าหอน แต่ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายจนเคยชินแล้วล่ะก็ อาจจะหลับมากกว่าหอนก็ได้นะ

การได้ยินเสียง อย่างที่รู้กันดีว่าประสาทสัมผัสของสุนัขนั้นไวมาก หากเขาได้ยินเสียงที่มีความถี่ต่ำหรือสูงกว่าปกติก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำ ให้สุนัขหอน สังเกตได้จากเวลาที่ได้ยินเสียงแหลม ๆ หรือกังวานสุนัขมักจะหอน

จัดการอย่างไร น้องหมาชอบหอน

พาออกกำลังกายบ้าง การพาน้องหมาไปเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือพาไปพบปะสุนัขตัวอื่น ๆ จะช่วยให้เขารู้สึกดี และรู้จักการเข้าสังคม

หากิจกรรมให้ทำ ยามที่ต้องอยู่บ้านตัวเดียว อาจหาของเล่น หรือขนมขบเคี้ยวมาวาง หรือซุกซ่อนให้เขาได้หา เพื่อเป็นกิจกรรมดึงความสนใจในเวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้าน

สอนคำสั่ง เพื่อปรับพฤติกรรม ข้อนี้อาจต้องใช้ความอดทนและเวลา โดยเจ้าของต้องออกคำสั่ง “เงียบ” หรือ “อย่าหอน” ทุกครั้งที่น้องหมาเริ่มหอน และหากิจกรรมอย่างอื่นให้เขาทำ เช่น วางขนมบนจมูก ทำเช่นนี้น้องหมาจะหยุดหอน และหันมาสนใจขนมแทน เมื่อเขาหยุดหอนให้ทิ้งเวลาสักแป๊ป ก่อนจะให้ขนมเป็นรางวัล

เอ้า…บ้านไหนที่กำลังประสบปัญหาน้องหมาชอบหอน (เกินพิกัด) ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูจ้า

  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5234 · ตอบ : 1 · ชม : 4,230

  KIKI
โพสต์เมื่อ : Jul 2 2012, 01:20 PM


Advanced Member
***

กลุ่ม : Beagle'STAFF
โพสต์ : 250
เป็นสมาชิกเมื่อ : 15-December 10
จาก : รามา II
หมายเลขสมาชิก : 8


พฤติกรรม การขู่ แยกเขี้ยว แหนบกัด และกัดใน สุนัข เราสามารถเรียนรวม ได้ว่าเป็นลักษณะพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งพฤติกรรมก้าวร้าวในสุนัขนั้นมีเหตุปัจจัยอยู่หลายลักษณะด้วยกัน เช่น สุนัขก้าวร้าวเพราะหวงอาณาเขต สุนัขก้าวร้าวเพราะความกลัว สุนัขก้าวร้าวเพราะได้รับความเจ็บปวดหรือกำลังเจ็บป่วย สุนัขก้าวร้าวเพราะหวงอาหารหรือเพราะหวงสิ่งของ เป็นต้น

ส่วนใหญ่เท่าที่พบพฤติกรรมความก้าวร้าวจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ

โดยเริ่มจาก การขู่

พัฒนามาเป็นแยกเขี้ยว

แหนบกัด และกัดในที่สุด

พฤติกรรมการหวงอาหารในสุนัขนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งต่อคนและต่อสุนัขด้วยกันทั้งนี้ คุณๆผู้ซึ่งเป็นเจ้าของไม่ควรเมินเฉยต่อการแสดงพฤติกรรมดังกล่าวของสุนัข การปล่อยปละละเลยพฤติกรรมดังกล่าว จะทำให้สุนัขเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวสะสมและรุนแรงมากขึ้น จนยากที่จะแก้ไข ดังนั้น การฝึกสุนัขเพื่อให้สุนัขมีนิสัยที่ดีไม่หวงอาหาร จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด

แต่ถ้าหากสุนัขของคุณเป็นจอมหวงอาหารเสียแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องลงมือทำการแก้ไข โดยควรเริ่มตั้งแต่สุนัขแสดงพฤติกรรมการขู่ เพราะการขู่นับเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมก้าวร้าว อันจะพัฒนาความรุนแรง ขึ้นเรื่อยๆ หากสุนัขไมได้รับฝึก หรือแก้ไขอย่างถูกวิธีพฤติกรรมนี้ จึงนับได้ว่าเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นๆและสมาชิกในครอบครัว อย่างที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะกับเด็กๆ ว่าแล้วเราลองมาดูวิธีการฝึก และวิธีการแก้ไขเพื่อให้สุนัขเลิกหวงอาหาร

1. ในช่วงเวลาของมื้ออาหารให้คุณใส่โซ่คอ และสายจูงสุนัขให้เรียบร้อย

จากนั้นสั่งสุนัขให้ นั่ง คอย หากสุนัขปฏิบัติตามคำสั่งของคุณเป็นอย่างดีแล้ว

2. ให้วางกะละมังเปล่าไว้ที่ด้านหน้าของสุนัข ทั้งนี้สุนัขจะต้องนั่งคอยอยู่ในตำแหน่งเดิม

ถ้าหากสุนัขไม่ทำตามให้คุณนำสุนัขกลับไปที่เดิมแล้วทำการแก้ไขโดยออกคำสั่ง นั่ง คอย อีกครั้ง

3. หากสุนัขนั่งนิ่งอยู่ในอาการที่สงบแล้ว ให้คุณหยิบอาหารสักเล็กน้อยวางไปในชามอาหารสุนัข

ซึ่งสุนัขจะต้องคอยอยู่เช่นเดิม

4. หากสุนัขเชื่อฟัง คุณเป็นอย่างดี ให้คุณยกกะละมังอาหารขึ้นแล้วยื่นให้สุนัขกิน พร้อมกับชม

ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอาหารหมด สุนัขจะเริ่มเข้าใจว่าคุณเป็นผู้ให้อาหารไมได้มาแย่งอาหาร

5. หากสุนัขส่งเสียงขู่หรือคำราม ให้ออกคำสั่ง ไม่ ดังๆ แล้วยกอาหารออก หยุดให้อาหารทันที

พร้อมทั้งสั่งให้สุนัข นั่ง อีกครั้ง สุนัขจะเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเหตุทำให้ต้องอดการกินอาหาร

6. ทำซ้ำ ข้อที่ 1 – 5 เหมือนเดิม ในทุกครั้งที่ให้อาหาร หากสุนัข เลิกพฤติกรรมการขู่หรือคำราม

ก็ให้คุณหยิบอาหารให้ไปเรื่อยๆ จนหมดมื้อ พร้อมกับกล่าวชมและลูบคลำที่ตัวสุนัข

การฝึกเพื่อแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าวนี้

หากเริ่มทำฝึกและแก้ไขตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นลูกสุนัข

จะแก้ไขได้ง่ายกว่าและได้ผลรวดเร็วกว่าสุนัขที่โตแล้วมาก

ดังนั้นถ้าหากคุณพบว่าสุนัขของคุณเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพราะหวงอาหาร หรือเพราะสาเหตุอื่นใดก็ตาม อย่างนิ่งนอนใจ เพราะถ้าปล่อยให้สุนัขแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเป็นเหยื่อรายต่อไปที่ต้องถูกสุนัขทำร้าย ทั้งนี้คุณควรหมั่นฝึกและทดสอบสุนัขเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างเสริมพฤติกรรมเหมาะสมให้คงอยู่กับสุนัขของคุณตลอดไป

  ฟอรั่ม : คลังความรู้คู่บีเกิ้ล · ตัวอย่างก่อนโพสต์ : #5233 · ตอบ : 1 · ชม : 4,022

6 หน้า V   1 2 3 > » 

New Posts  มีการโพสต์ตอบล่าสุด
No New Posts  ไม่มีการโพสต์ตอบ
Hot topic  ประเด็นร้อนที่มีการตอบ
No new  ประเด็นร้อนที่ไม่มีการตอบ
Poll  แบบสอบถามที่มีการตอบ
No new votes  แบบสอบถามที่ไม่มีการตอบ
Closed  หัวข้อกระทู้ที่มีการปิด
Moved  หัวข้อกระทู้ที่มีการย้าย
 

eXTReMe Tracker
ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 12th December 2019 - 12:46 PM
Beagle Gang - License by Beagle Gang
counter on tumblr